ฉินหยวนเจิ้งได้ยินเฉียวหลานซูพูดเช่นนั้น ก็กลืนน้ำลายลงคอทันที
ที่จริงเขาไม่กล้านอนกับเฉียวหลานซู เพราะกลัวว่าจะอดใจไม่ไหว
อย่างไรเสียเขาก็เป็นผู้ชายปกติที่มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือ หากมีสาวน้อยน่ารักอ่อนหวานขนาดนี้นอนอยู่ข้างกาย ใครจะอดใจไหวกันเล่า?
แต่เขาก็กังวลว่าร่างกายของคุณเสี่ยวเฉียวจะรับไม่ไหว
ดังนั้นตอนที่นอนอยู่ในห้องข้าง ๆ เขาจึงลังเลอยู่ไม่น้อย
แทบไม่มีความง่วงเลยสักนิด
เฉียวหลานซูเห็นเขาไม่พูดอะไร ก็ถามอย่างเศร้าใจว่า “ผู้บัญชาการฉิน เราจดทะเบียนกันแล้วไม่ใช่หรือคะ? พอจดทะเบียนแล้วก็ต้องนอนด้วยกันไม่ใช่หรือคะ?”
ฉินหยวนเจิ้ง “...”
ฉินหยวนเจิ้งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ได้ เธอกลับไปก่อน ฉันจะเอาผ้าห่มไปให้”
เขาคิดในใจว่า แค่นอนด้วยกันเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำอะไรกันเสียหน่อย ที่นอนในบ้านก็ยังทำไม่เสร็จ สาวน้อยรู้สึกหนาวก็เป็นเรื่องปกติ
เขาเอาผ้าห่มเดี่ยวสองผืนมาจากหอพัก ปูลงบนเตียง พอดีปูเต็มเตียงคู่
เขากดที่นอนเบา ๆ แล้วบอกเฉียวหลานซูว่า “พี่ชายลูกพี่ลูกน้องให้บัตรฝ้ายฉันมาหลายจิน ฉันเองก็เก็บสะสมไว้บ้าง พรุ่งนี้เอาไปซื้อฝ้ายมาทำที่นอนกับผ้าห่ม ถึงตอนนั้นก็จะอุ่นขึ้น”
ตอนหยางเหวินหยานกับเติ้งเสียวเจินแต่งงานกัน พวกเขาทำเครื่องนอนไว้แล้ว หลายปีมานี้เขาจึงเก็บฝ้ายเอาไว้ ไม่ยอมเอามาใช้
คราวนี้เขายกบัตรฝ้ายห้าจินให้ฉินหยวนเจิ้งทั้งหมด
ฉินหยวนเจิ้งเองก็เก็บบัตรฝ้ายไว้หลายจิน บวกกับที่เขาแต่งงาน จึงยื่นขอเงินช่วยเหลือด้านสิ่งของได้ น่าจะได้บัตรฝ้ายเพิ่มมาอีกหนึ่งถึงสองจิน
อย่างไรที่นี่ก็เป็นภาคเหนือ อากาศหนาว การจัดสรรบัตรฝ้ายจึงมีมากกว่าทางใต้
เขาคำนวณดูแล้ว หากไปแลกกับเพื่อนร่วมรบอีกสักหน่อย ก็น่าจะทำที่นอนหนาได้หนึ่งผืน ที่นอนบางหนึ่งผืน และผ้าห่มสองผืน
เฉียวหลานซูได้ยินเขาพูดเช่นนั้น ก็รีบบอกว่า “ฉันมีบัตรฝ้ายติดตัวมาด้วยค่ะ วันนี้เพิ่งซื้อฝ้ายมาทำเสื้อบุฝ้าย ฝากพี่หลิงที่อยู่ห้องข้าง ๆ ช่วยเย็บให้แล้ว”
ฉินหยวนเจิ้งพยักหน้า “ฉันจะให้คูปองผ้าเธออีกหน่อย เย็บเสื้อผ้าเพิ่มอีกสองชุด ที่นี่อากาศหนาว อย่ามัวแต่เสียดายบัตรซื้อของเลย”
