หลิวเหวินลี่จับมือฉินเฉียวเซี่ยไว้ แล้วกระซิบเสียงเบาว่า “พี่ชายของเธอนี่ไม่ทันคนจริง ๆ เลยนะ”
ก่อนหน้านี้หลิวเหวินลี่ยังนึกว่าหานเย่ไม่ได้สนใจเธอ แต่ตอนนี้ดูแล้ว เขาก็เป็นแค่ท่อนไม้จริง ๆ
หลิวเหวินลี่พูดต่อว่า “คนในหน่วยเป็นแบบนี้กันหมดหรือเปล่านะ? ถึงได้ทื่อกันขนาดนี้”
ฉินเฉียวเซี่ยนึกถึงโจวติงเหวินเมื่อครู่ แล้วตอบว่า “ก็ไม่แน่หรอกมั้ง”
โจวติงเหวินน่ะเข้าใจเรื่องความรักตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว
แถมฉินเฉียวอัน พี่ชายแท้ ๆ ของเธอก็ฉลาดหลักแหลม ดูไม่เหมือนคนที่เข้าใจเรื่องพวกนี้ช้าเลย
ก่อนหน้านี้ฉินเฉียวอันโทรศัพท์กลับมา พอรู้ว่าเธอกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ก็ยังเตือนเธอว่าอย่าเพิ่งรีบคบใครง่าย ๆ กลัวว่าเธอจะถูกหลอกอะไรทำนองนั้น
ส่วนหานเย่อาจไม่ได้เข้าใจเรื่องความรักช้า แค่ไม่เคยคิดถึงเรื่องระหว่างชายหญิงมาก่อนเท่านั้น
อย่างไรเสีย หลายปีมานี้เขาอยู่แต่ในหน่วย แถมชอบพูดอยู่บ่อย ๆ ว่าปืนซุ่มยิงคือภรรยาของเขา เขาจะอยู่กับปืนไปตลอดชีวิต
คนแบบนี้จะไปรู้สึกชอบผู้หญิงเมื่อไหร่ ก็พูดยากจริง ๆ
ทั้งสองคนเดินชิดกัน คุยกระซิบกระซาบมาตลอดทาง
หานเย่เดินตามหลังพวกเธอ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล
เขาไม่ได้โง่จริง ๆ ตอนแรกที่ได้ยินหลิวเหวินลี่บอกว่าโจวติงเหวินชอบเซี่ยเซี่ย เขาแค่ไม่ได้คิดไปถึงเรื่องชายหญิง เลยไม่ทันรู้ตัว
แต่ตอนนี้เขาก็เข้าใจแล้ว ถึงจะรู้ตัวช้าไปหน่อย แต่ก็ยังไม่สายเกินไป
เขาขมวดคิ้วเดินไปข้างเซี่ยเซี่ย คว้าแขนเธอไว้แล้วถามว่า “เซี่ยเอ๋อร์ เมื่อกี้ตอนเธอไปพายเรือกับโจวติงเหวิน เขาพูดอะไรกับเธอหรือเปล่า?”
เซี่ยเซี่ยกับหลิวเหวินลี่สบตากัน หลิวเหวินลี่กระแอมเบา ๆ แล้วเดินหลบไปยืนข้าง ๆ เงียบ ๆ
ปล่อยให้เซี่ยเซี่ยคุยกับหานเย่ตามลำพัง
เซี่ยเซี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “จริง ๆ แล้ว พี่ติงเหวินก็ไม่ได้พูดอะไรหรอก”
หานเย่แค่นเสียง “เธอบอกความจริงกับฉันมา อย่าปิดบัง”
ในเมื่อเขาถามถึงขนาดนี้ เซี่ยเซี่ยก็เลยพูดตรง ๆ ว่า “พี่ติงเหวินบอกว่าฉันกับเขาเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก แล้วเขาก็... อยากจับมือฉันด้วย”
