พอเห็นกวนเหวินจวิ้นกับจงเหมยเดินเข้าบ้านไป เขาก็ลากเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งข้างนอก คุยเล่นกับป้าสือไปด้วย แอบฟังความเคลื่อนไหวข้างในไปด้วย
น่าเสียดายที่เฉียวหลานซูกับจงเหมยคุยกันด้วยภาษาถิ่นหยางเฉิง เขาฟังไม่รู้เรื่องสักคำ
ป้าสือเห็นเขาใจลอย จึงชงชาให้เขากาหนึ่ง ยกจานเมล็ดทานตะวันมาให้กิน แล้วตัวเองก็ไปทำงานในสวนผัก
กวนเหวินจวิ้นพิงขอบหน้าต่าง ฟังเสียงพึมพำข้างใน แต่ฟังไม่เข้าใจสักคำ จึงเกาหัวแกรก ๆ อย่างกระวนกระวาย
เขาลุกขึ้นยืน เดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตู จากนั้นก็เอนตัวแนบประตู แอบมองเข้าไปข้างในผ่านช่องว่างของบานประตู
จังหวะนั้นเอง ฉินหยวนเจิ้งกลับมาพอดี พอเข้าบ้านมาก็เห็นเงาคนท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ กำลังแนบอยู่กับประตูห้องของเขา แอบมองเข้าไปข้างใน แบบนี้จะทนได้หรือ
เขาขมวดคิ้วเดินเข้าไปหา “มองอะไรอยู่?”
พูดพลางก็คว้าคอเสื้อของกวนเหวินจวิ้น ออกแรงกระชากทีเดียวก็เหวี่ยงเขาออกไปนอกบ้าน
กวนเหวินจวิ้นไม่ทันระวัง เกือบล้มลงกับพื้น
โชคดีที่เขาคว้าโต๊ะไว้ได้ทัน ช่วยรักษาหน้าตาที่กำลังจะพังไม่ให้ยับเยินไปมากกว่านี้
กวนเหวินจวิ้นมองฉินหยวนเจิ้งอย่างตกตะลึง “เหล่าฉิน แกทำอะไรของแก?”
ฉินหยวนเจิ้งขมวดคิ้วมองเขา “ฉันยังไม่ได้ถามแกเลย แกไปหมอบอยู่หน้าห้องฉันทำไม? แอบดูเมียฉันหรือไง?”
กวนเหวินจวิ้น “……”
กวนเหวินจวิ้นลุกขึ้นยืนอย่างกระอักกระอ่วน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วถูมืออย่างเขิน ๆ “เรื่องนี้น่ะ พูดไปแล้วฉันก็ยังรู้สึกอายอยู่เลย...”
ฉินหยวนเจิ้งยกขาเตะเขาอีกครั้ง
กวนเหวินจวิ้นกระโดดหลบขาของฉินหยวนเจิ้งอย่างรวดเร็ว แล้วรีบพูดเสียงดัง “ฉันกับจงเหมยแต่งงานกันแล้ว ตอนนี้เธออยู่ในห้องแกนั่นแหละ!”
กำปั้นที่ฉินหยวนเจิ้งยกขึ้นค่อย ๆ ลดลง เขาจ้องกวนเหวินจวิ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แล้วทวนคำ “แกแต่งงานกับจงเหมยแล้วเหรอ?”
กวนเหวินจวิ้นพยักหน้าอย่างภูมิใจเล็กน้อย “ทำไม แกไม่เชื่อหรือไงว่าฉันแต่งงานแล้ว?”
ฉินหยวนเจิ้งคร้านจะสนใจเขา จึงหันหลังเดินไปทางห้องของตัวเอง
พอดีกับที่ประตูห้องเปิดออก เฉียวหลานซูกับจงเหมยจูงมือกันเดินออกมา ฉินหยวนเจิ้งชะงักฝีเท้า ไม่เดินต่อ
