เฉียวหลานซูมองท่าทางดีอกดีใจของเขาแล้วก็ยิ้มแสดงความยินดี “ยินดีด้วยนะคะ ผู้อำนวยการกวน! ต่อไปคุณก็จะไปทำงานที่แผนกจัดหาวัสดุใช่ไหมคะ เป็นหัวหน้าแผนกจัดหาวัสดุหรือเปล่า”
กวนเหวินจวิ้นยิ้มพลางพยักหน้า
ก่อนหน้านี้เขาเป็นผู้อำนวยการคณะกรรมการปฏิวัติมณฑล ตอนนี้ได้ไปเป็นหัวหน้าแผนกจัดหาวัสดุของเมือง ก็นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่ไม่เลว
อย่างไรเสีย คนในคณะกรรมการปฏิวัติจำนวนมากก็ยังไม่มีโอกาสย้ายงานแบบนี้ด้วยซ้ำ
อีกอย่าง คนในคณะกรรมการปฏิวัติส่วนใหญ่เคยล่วงเกินคนไว้ไม่น้อย จึงมีโอกาสถูกแก้แค้นได้ง่าย
การย้ายงานจึงมีอุปสรรคมากมาย จะใช้เส้นสายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
กวนเหวินจวิ้นเดินเข้ามาในลานบ้าน กวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างไม่ใส่ใจ แล้วจู่ ๆ ก็ถามขึ้นมา “คุณเสี่ยวเฉียวครับ คุณมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งไม่ใช่หรือครับ เธอกลับหยางเฉิงไปแล้วหรือ”
เฉียวหลานซูอุ้มอันอันเดินเข้ามา พอได้ยินเขาถามก็เอ่ยตอบอย่างไม่คิดอะไร “เปล่าค่ะ จงเหมยไปทำงานที่โรงงานผลิตอาหาร”
ป้าสือกำลังพาหนิวหวาถอนหญ้าอยู่ในแปลงผัก พอได้ยินก็เงยหน้ามองกวนเหวินจวิ้นแวบหนึ่ง
กวนเหวินจวิ้นเพิ่งมาก็ถามถึงจงเหมยเสียแล้ว เรื่องนี้ช่างแปลกอยู่บ้างจริง ๆ
ป้าสือใจไหววูบ อดมองสำรวจกวนเหวินจวิ้นอีกครั้งไม่ได้
กวนเหวินจวิ้นแสร้งถามต่ออย่างไม่ใส่ใจ “ทะเบียนบ้านของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ใช่ไหมครับ แล้วไปทำงานที่โรงงานผลิตอาหารได้อย่างไร หรือว่าเป็นแค่คนงานชั่วคราว”
เฉียวหลานซูก็รู้สึกว่าวันนี้กวนเหวินจวิ้นดูแปลก ๆ เธอมองเขาอย่างสงสัยอยู่หลายครั้ง ก่อนจะตอบว่า “ค่ะ ทะเบียนบ้านอยู่ต่างถิ่น เลยทำได้แค่เป็นคนงานชั่วคราว”
ตอนนั้นเอง ป้าสือก็พูดแทรกขึ้นมา “ไม่เป็นไร เรื่องทะเบียนบ้านแก้ได้ไม่ยาก ให้จงเหมยหาผู้ชายที่นี่แต่งงานด้วยเสียก็สิ้นเรื่อง แบบนั้นก็ย้ายทะเบียนบ้านมาได้แล้วไม่ใช่หรือ”
เฉียวหลานซูพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “จริงด้วยค่ะ ก่อนหน้านี้ฉันมัวแต่ยุ่งเรื่องงานของเธอ ตอนนี้พอว่างแล้วก็ว่าจะลองหาคนมาแนะนำให้เธอดูตัว อยากได้คนที่มีทะเบียนบ้านในเมืองและมีงานมั่นคง แต่ไม่รู้ว่าจะหาได้หรือเปล่า”
พอพูดถึงเรื่องแต่งงานของจงเหมย เฉียวหลานซูก็รู้สึกกลัดกลุ้มขึ้นมาทันที
