เฉียวหลานซูกับจงเหมยไปซื้อผักที่ร้านสหกรณ์การค้าด้วยกัน
พออากาศเริ่มร้อนขึ้น ผักผลไม้ก็มีให้เลือกหลากหลายกว่าเดิม
เธอซื้อหัวไชเท้าฉ่ำน้ำมาหนึ่งหัว กะหล่ำปลีหนึ่งหัว แล้วก็มันฝรั่งอีกหลายหัว พอเห็นยี่หราสดวางขาย ถึงจะทำไม่เป็น แต่ก็ยังซื้อมาเล็กน้อย
จงเหมยถามว่า “ยี่หรานี่ซื้อกลับไปทำกินยังไง? ผัดหรือเอาไปต้มซุปดี?”
เฉียวหลานซูยิ้มตอบว่า “น่าจะสับให้ละเอียดแล้วเอาไปทำไส้เกี๊ยวนะ ก่อนหน้านี้ฉันเห็นพี่เจิ้งกินที่โรงอาหาร ดูเหมือนเขาจะชอบมาก ซื้อกลับไปให้ป้าสือทำเกี๊ยวให้ก็แล้วกัน”
พอจงเหมยได้ยินเธอพูดแบบนั้น ก็จงใจแซวว่า “เธอนี่นะ ตั้งแต่แต่งงานแล้ว พูดถึงแต่เรื่องนายพันเอกฉินบ้านเธอ ในสายตาไม่มีคนอื่นแล้วหรือไง”
เฉียวหลานซูวางยี่หราลงในตะกร้าอย่างระมัดระวัง แล้วถลึงตาใส่จงเหมย “พูดเหลวไหล ฉันยังมีเธออยู่ในสายตาไม่ใช่หรือไง?”
จงเหมยแค่แซวเล่น แน่นอนว่าเธอรู้ว่าเฉียวหลานซูมีเธออยู่ในใจ
จงเหมยซื้อหัวไชเท้าติดมือไปด้วย เตรียมกลับไปตุ๋นซุปหัวไชเท้ากิน
ช่วงนี้ไม่มีเนื้อจำหน่าย พวกเธอจึงซื้อไข่กลับไปด้วย เฉียวหลานซูเห็นว่ามีนมแกะสดขาย ก็ซื้อกลับไปสองจิน
อย่างไรเสีย แกะตัวเมียที่บ้านช่วงนี้ก็แทบไม่มีน้ำนมแล้ว
แต่อันอันเพิ่งอายุได้ไม่กี่เดือน ถึงจะดื่มนมผงได้ แต่นมแกะสดย่อมดีกว่าแน่นอน
แน่นอนว่า เฉียวหลานซูก็ไม่ได้เอาเปรียบส่วนแบ่งของหนิวหวา
ตอนที่หานเหวินหลินไปต่างถิ่นเพื่อตามจับเจิ้งเหวยกงกับน้องสาว เขาทิ้งเงินไว้ให้ฉินหยวนเจิ้งสองร้อยหยวนกับบัตรเสบียงมูลค่าห้าสิบหยวน นี่คือค่าอาหารที่เขาเตรียมไว้ให้หนิวหวา
ไม่นานนัก ตะกร้าของเฉียวหลานซูก็เต็มเอี๊ยด ส่วนในตะกร้าของจงเหมยมีแค่ไข่ไม่กี่ฟองกับหัวไชเท้าหนึ่งหัว
อย่างไรเสียเธอก็อยู่คนเดียว จึงไม่ได้ซื้ออะไรมาก
หลังจากทั้งสองออกมาจากร้านสหกรณ์การค้า จงเหมยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเฉียวหลานซูว่า “หลานซู เธอแต่งงานมาปีหนึ่งแล้ว มีแผนว่าจะกลับหยางเฉิงไปเยี่ยมญาติเมื่อไหร่หรือเปล่า?”
เฉียวหลานซูถอนหายใจ แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า
