พอผ่านปีใหม่ไป เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว ครั้นถึงเดือนพฤษภาคม เฉียวหลานซูก็ให้กำเนิดลูกคนที่สอง
ลูกคนรองเป็นเด็กผู้หญิง ตัวเล็กจิ๋ว ผิวขาว ดวงตากลมโต เรียกได้ว่าเป็นเฉียวหลานซูฉบับย่อส่วนเลยทีเดียว
เพราะเกิดในฤดูร้อน สองสามีภรรยาจึงตั้งชื่อให้ว่า ฉินเฉียวเซี่ย ชื่อเล่นว่าเซี่ยเซี่ย
ตอนนี้อันอันอายุสองขวบแล้ว วิ่งเล่นกระโดดโลดเต้นได้ ทั้งยังพูดคำง่าย ๆ ได้บ้าง แต่ยังพูดประโยคยาว ๆ ไม่ได้ พอพูดก็ออกเสียงไม่ชัด ได้แต่ส่งเสียงอ้อแอ้
บ้านมีน้องสาวตัวน้อยเพิ่มมาอีกคน หนิวหวากับอันอันต่างก็สงสัยใคร่รู้กันมาก
ตอนเฉียวหลานซูอยู่ไฟ หนิวหวากับอันอันก็พากันปีนขึ้นไปบนเตียงเตา มองน้องสาวที่นอนอยู่บนเตียง
หนิวหวาอายุหกขวบแล้ว รู้ความขึ้นมาก จ้องเซี่ยเซี่ยตาไม่กะพริบ
อันอันยื่นมือไปแตะ ก็ถูกหนิวหวาตีมือเบา ๆ หนิวหวาทำหน้าจริงจังพลางพูดว่า “อันอัน ตอนนี้หนูเป็นพี่ชายแล้วนะ อย่าไปจับโน่นจับนี่น้องล่ะ”
อันอันมองเฉียวหลานซูอย่างน้อยใจ
เฉียวหลานซูยิ้ม อุ้มเซี่ยเซี่ยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน แล้วดึงมือเล็ก ๆ ของเซี่ยเซี่ยออกมา “มาเถอะ พี่ชายจับมือน้องได้”
อันอันดีใจ รีบขยับเข้าไปใกล้ จับมือของเซี่ยเซี่ยแล้วเขย่าเบา ๆ
พี่น้องสองคนอายุใกล้กัน ห่างกันแค่สองปีเท่านั้น
เฉียวหลานซูคิดว่าแบบนี้ก็ดี เลี้ยงเด็กสองคนให้โตพร้อมกัน พอพวกเขาเข้าโรงเรียนแล้ว เธอก็จะได้สบายใจเสียที
หนิวหวามองตาปริบ ๆ อยู่ข้าง ๆ แล้วเร่งอันอันว่า “พอแล้ว ๆ รีบให้พี่จับน้องบ้างสิ”
อันอันเชื่อฟัง ดึงมือกลับมา แล้วให้หนิวหวาจับมือเซี่ยเซี่ยบ้าง
หนิวหวาจับมือเซี่ยเซี่ยอย่างระมัดระวัง จ้องหน้าเซี่ยเซี่ยแล้วพูดกับเฉียวหลานซูว่า “แม่ครับ น้องสาวหน้าเหมือนแม่จังเลย ผิวก็ขาวมากด้วย”
ตอนนี้หนิวหวาถูกแดดจนดำเป็นหนิวดำไปแล้ว ยิ่งโตยิ่งดำ หน้าตามีส่วนคล้ายหานเหวินหลินอยู่สามส่วน หานเหวินหลินบอกว่าหนิวหวาหน้าตาเหมือนแม่ของเขามากกว่า ดูหล่อเหลาสะอาดสะอ้านกว่าหานเหวินหลินที่เป็นคนหยาบกระด้างเสียอีก
ส่วนที่ผิวดำก็ช่วยไม่ได้ อย่างไรเสียหนิวหวาก็ซ้อมมวยอยู่ในลานบ้านทุกวัน แล้วออกไปวิ่งเล่นข้างนอก ตากแดดทุกวัน
