ตั้งแต่ป้าสือรู้ว่าทางเหวินเฉิงกำลังก่อสร้างสนามบิน นางก็วางใจได้เต็มร้อย
นับแต่นั้นมา นางก็เฝ้ารอทุกวันว่าลูกชายจะส่งข่าวมาบอกว่างานเรียบร้อยแล้ว
แต่ไม่ว่านางจะรอซ้ายรอขวา เวลาผ่านไปกว่าครึ่งเดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้ข่าวจากลูกชายหรือสามีเลย
ตอนแรกตกลงกันไว้ว่าพองานเรียบร้อยแล้วจะส่งข่าวมาบอก จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง
นั่นมันเงินตั้งห้าร้อยหยวนนะ!
ห้ามปล่อยให้เสียเปล่าเด็ดขาด
ป้าสือรอแล้วรอเล่า กระวนกระวายใจจนวางใจไม่ลง จึงไปขอลาเฉียวหลานซูสองชั่วโมง
เฉียวหลานซูย่อมอนุญาต เพียงบอกว่า “ป้าสือไม่ต้องรีบร้อนนะคะ ระวังตัวระหว่างทาง ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยค่ะ”
ป้าสือพยักหน้าด้วยความซาบซึ้ง แล้วออกไปอุ่นโจ๊กใส่หม้อไว้ให้เฉียวหลานซูอีกหน่อย
เฉียวหลานซูกำลังตั้งครรภ์ ทุกวันง่วงนอนมากและหิวง่าย จะไม่เตรียมอะไรไว้ให้เธอเลยไม่ได้
เฉียวหลานซูพาอันอันนอนกลางวันด้วยกัน บอกให้ป้าสือกลับมาก่อนฟ้ามืดก็พอ
ป้าสือเก็บกวาดห้องครัวเรียบร้อยแล้ว ก็รีบถือตะกร้าผักที่ใส่ผักซึ่งปลูกเองไว้ มุ่งหน้ากลับบ้าน
แม้จะอาศัยอยู่ในเมืองหลงเฉิงเหมือนกันและไม่ได้ไกลนัก แต่ก็ต้องนั่งรถโดยสาร ถ้าเดินไปอย่างเดียวคงใช้เวลานาน
ป้าสือลงจากรถโดยสารแล้วเดินต่ออีกสิบกว่านาที ในที่สุดก็กลับถึงบ้านพอดีกับที่สามี ลูกชาย และลูกสาวอยู่กันครบ
พอเห็นนางกลับมากะทันหัน ลูกชายก็เหลือบมองนาง แววตาดูมีพิรุธอยู่บ้าง
ลูกชายตัวเอง ป้าสือจะไม่รู้จักได้อย่างไร
พอเห็นสายตาแบบนั้น หัวใจป้าสือก็กระตุกวูบ พลันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
นางวางตะกร้าลงบนโต๊ะ ขมวดคิ้วแล้วถามรัวเป็นชุด “เวลานี้ทำไมถึงอยู่บ้านล่ะ ไม่ได้ไปทำงานหรือ? เล่ามาสิ เรื่องงานเป็นยังไงบ้าง? ยังไม่ได้ไปรายงานตัวหรือ? ตกลงจะไปรายงานตัวเมื่อไร?”
ลูกชายของป้าสือถูกถามจนรู้สึกผิด เขากระแอมหนึ่งที มองสีหน้าของป้าสือแล้วค่อยก้มหน้าตอบว่า “งาน... เรื่องงานไม่... ไม่สำเร็จครับ”
ป้าสือ “...”
หัวใจป้าสือสั่นไหว สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นไม่น่ามอง
นางจ้องลูกชายอยู่ครู่ใหญ่ แล้วถามอย่างร้อนใจว่า “เรื่องงานไม่สำเร็จหรือ? ยังจัดการให้เรียบร้อยไม่ได้หรือ? แล้ว... แล้วเงินล่ะ? ห้าร้อยหยวน เอาคืนมาแล้วหรือยัง?”
