หานเย่ขี่จักรยานตามหาไปทั่วลานบ้านรวมหลายครอบครัวร้างแห่งนั้น
ในลานบ้านขี่จักรยานไม่ค่อยสะดวก เพราะมีแต่กำแพงพังกับซากปรักหักพังที่วัชพืชขึ้นรก
สุดท้ายเขาจึงทำได้เพียงจูงจักรยานเดินค้นหาไปรอบ ๆ
เมื่อเห็นท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง หานเย่ก็เริ่มร้อนใจ
ยิ่งเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไร ก็ยิ่งไม่เป็นผลดีต่อเซี่ยเซี่ย
พ่อของหานเย่เป็นตำรวจ เขาย่อมเข้าใจเรื่องพวกนี้ดี
หามาตลอดทั้งบ่ายจนเสียงแหบแห้ง แต่หานเย่ก็ยังหาเซี่ยเซี่ยไม่พบ
หานเย่เหนื่อยจนเหงื่อท่วมตัว ใบหน้าซีดเผือด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหนื่อยหรือเพราะตกใจกันแน่
เขาจูงจักรยานมาถึงหน้าลานบ้านรวมหลายครอบครัวเก่าโทรมแห่งหนึ่ง เดินฝ่ากองเศษหินไป พลางค้นหาพลางตะโกนเรียก “เซี่ยเอ๋อร์! เซี่ยเซี่ย ฉินเฉียวเซี่ย! เธออยู่แถวนี้ไหม ได้ยินเสียงฉันหรือเปล่า”
เขาร้องเรียกไปพลาง จ้องมองประตูที่พังทรุดโทรมของลานบ้านแห่งนั้นไปพลาง
ภายในลานบ้านมีหญ้ารกชัฏ พอท้องฟ้ามืดลง ด้านในก็ค่อย ๆ มืดสลัวและเย็นยะเยือก ดูน่ากลัวไม่น้อย
หานเย่ครุ่นคิดอยู่ในใจว่า ปกติเซี่ยเซี่ยดูสงบนิ่งก็จริง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นผู้หญิง ความจริงแล้วเธอค่อนข้างขี้กลัว
บางทีเซี่ยเซี่ยอาจไม่ได้มาที่นี่ก็ได้
เขาอาจจะตามหาผิดทาง
หานเย่กำลังคิดว่าควรเปลี่ยนไปค้นหาที่อื่นต่อ หรือควรขี่จักรยานไปสถานีตำรวจหรือหน่วยในเขตทหารให้เร็วที่สุด เพื่อไปตามหาหานเหวินหลินกับฉินหยวนเจิ้งมาช่วยกันตามหา
เขามาคนเดียว เรื่องสืบสวนหลายอย่างก็ไม่ค่อยเข้าใจ จึงไม่ถนัดตามหาคนเท่าไรนัก
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ในหน่วยของฉินหยวนเจิ้งมีสุนัขตำรวจ บางทีอาจให้สุนัขตำรวจช่วยตามหาได้
พอคิดได้เช่นนั้น เขาก็รีบร้อนเตรียมหันหลังจากไป
แต่ในจังหวะที่เขาคร่อมจักรยาน กำลังจะออกจากข้างกำแพงพังของลานบ้าน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงของเซี่ยเซี่ย!
หานเย่สะดุ้งไปทั้งตัว ร่างแข็งค้างอยู่กับที่ เขาลองร้องเรียก “เซี่ยเอ๋อร์? ฉินเฉียวเซี่ย!”
เขาเงี่ยหูฟังอยู่ครู่หนึ่ง เสียงนั้นเบามาก แต่ฟังดูเหมือนเสียงของเซี่ยเซี่ยจริง ๆ!
เซี่ยเซี่ยกำลังเรียกเขา!
หานเย่รีบลงจากจักรยาน ผลักจักรยานทิ้งไว้บนพื้นอย่างลวก ๆ แล้วพุ่งตามเสียงเข้าไปในลานบ้านที่ทรุดโทรม
