รุ่งเช้าวันถัดมา
สิงโตหินหน้าที่ว่าการอำเภอชิงเหอยังเปียกชุ่มด้วยน้ำค้างเมื่อคืน ม้าเร็วห้าตัวพุ่งทะยานมาตามทางหลวง พาฝุ่นดินเหลืองฟุ้งกระจายไปทั่ว
คนบนหลังม้าสวมเครื่องแบบของทหารส่งสารจากที่ทำการผู้ตรวจการมณฑล ข้างเอวคาดถุงหนังวัวใส่เอกสารราชการซึ่งปิดผนึกด้วยครั่ง
ผู้ที่นำขบวนรั้งบังเหียน กระโดดลงจากหลังม้า แล้วชูป้ายประจำตัวขึ้น
“สารด่วนจากที่ทำการผู้ตรวจการมณฑลเมืองหนานหยาง! เรียนท่านใต้เท้าซ่ง ผู้ว่าการอำเภอชิงเหอ!”
มือปราบเฝ้าประตูสะดุ้งตกใจ ก่อนจะล้มลุกคลุกคลานเข้าไปรายงาน
หนังสือจากที่ทำการผู้ตรวจการมณฑล นั่นเป็นเอกสารจากส่วนกลางเชียว
สถานที่เล็ก ๆ อย่างอำเภอชิงเหอ ตลอดทั้งปีแทบไม่มีโอกาสได้เห็นสักกี่ครั้ง
ในโถงด้านหลัง ซ่งชิงหย่วนกำลังกินข้าวต้มขาวกับผักดองเป็นอาหารเช้า
เมื่อหลิ่วปั้นซานผลักประตูเข้ามา ฝีเท้าของเขาก็เร็วกว่าปกติอยู่หลายส่วน
“ใต้เท้า”
ซ่งชิงหย่วนเงยหน้า เห็นถุงหนังวัวปิดผนึกด้วยครั่งในมืออีกฝ่าย
“จากที่ทำการผู้ตรวจการมณฑลหรือ?”
“ทหารส่งสารเพิ่งมาถึง ตราครั่งยังสมบูรณ์ ข้าน้อยตรวจดูแล้ว”
หลิ่วปั้นซานยื่นถุงเอกสารให้ด้วยสองมือ พัดพับในมือของเขานิ่งสนิทอย่างที่พบเห็นได้ยาก
ซ่งชิงหย่วนเช็ดมือ ก่อนรับถุงมา
เขาไม่ได้รีบร้อนเปิด หากพลิกดูตราประทับบนปากถุงก่อน
เป็นตราส่วนตัวของรองผู้ตรวจการฝ่ายซ้ายแห่งที่ทำการผู้ตรวจการมณฑล
ไม่ใช่หนังสือแจ้งตามระเบียบ หากเป็นจดหมายเฉพาะที่ผู้บังคับบัญชาลงความเห็นด้วยตนเอง
ซ่งชิงหย่วนสูดลมหายใจลึก แล้วหยิบเอกสารด้านในออกมา
กระดาษหนึ่งแผ่น
ถ้อยคำไม่ยืดยาว ทว่าทุกตัวอักษรล้วนมีน้ำหนักยิ่ง
