ถึงวันหยุดพักของสำนักศึกษาอีกครา
หมอกบางยามรุ่งอรุณยังไม่ทันจางหาย
รถล่อคลุมม่านสีครามจากจวนตระกูลเซวียก็มาจอดอยู่หน้าประตูเรือนปีกตะวันตก
ฉางกุ้ยกำแส้ม้าไว้ในมือ ยืนยิ้มรออยู่ข้างคานรถ
กู้ฉือสะพายห่อสัมภาระที่ดูพองโตเล็กน้อย เดินออกมาจากเรือน
เซวียหมิงหยางเดินตามหลังมา ในมือถือห่อกระดาษน้ำมันสองห่อ
เขายัดห่อกระดาษน้ำมันใส่อ้อมแขนกู้ฉืออย่างไม่ให้ปฏิเสธ
“น้องฉือ ไก่ย่างนี่เพิ่งยกลงจากเตาโดยป้าจ้าว ยังร้อนอยู่เลย”
“เอากลับไปให้คนที่บ้านชิมเถิด”
กู้ฉือไม่ได้ปฏิเสธ รับไก่ย่างมาไว้
“ขอบคุณพี่เซวีย”
รถล่อออกจากประตูเมืองทางทิศใต้ วิ่งเหยาะไปตามถนนหลวง
ฉางกุ้ยบังคับรถได้มั่นคง ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็มาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านชิงสุ่ย
กู้ฉือลงจากรถ กล่าวขอบคุณฉางกุ้ย ก่อนหิ้วข้าวของเดินกลับบ้าน
ประตูรั้วของเรือนเล็กตระกูลกู้เปิดอ้าอยู่
กู้เนี่ยนกำลังยอง ๆ ดูมดขนย้ายรังในลานบ้าน
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า นางก็เงยหน้าขึ้น
ดวงตาของเด็กหญิงเป็นประกาย ก่อนจะวิ่งขาสั้น ๆ เข้ามาหา
“พี่ชาย”
นางกอดขากู้ฉือไว้แน่น เงยหน้าขึ้นยิ้ม
กู้ฉือลูบจุกผมเล็ก ๆ บนศีรษะนาง
หวังซื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว จึงเร่งฝีเท้าออกมาจากครัว
นางเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน ก่อนรับของจากมือกู้ฉือ
ห่อสัมภาระหนักมืออยู่บ้าง
หวังซื่อเปิดดู ข้างในนอกจากขนมหลายห่อแล้ว ยังมีผ้าฝ้ายเนื้อดีผืนใหม่ยาวหลายฉื่อ
ผ้าเป็นสีชมพูอ่อนกับสีฟ้าน้ำ แสนสัมผัสนุ่มละมุน
“ซื้อของพวกนี้มาทำไม ที่บ้านยังมีเสื้อผ้าให้สวมอยู่”
หวังซื่อปากบ่น ทว่ารอยยิ้มในดวงตากลับปิดไม่มิด
กู้ฉือล้วงเงินเดือนของเดือนนี้ออกจากอกเสื้อ ยังคงเป็นเศษเงินสิบตำลึงเช่นเดิม
เขาเดินเข้าไปในห้องโถง วางเงินลงบนโต๊ะตรงหน้าหญิงชรา
