หมิงเม่ยยิ้มโดยไม่พูดอะไร แล้วส่งใบสมัครในมือให้จางถิง
จางถิงจึงได้สติ เก็บความคิดไว้แล้วกวาดตาอ่านอย่างละเอียด สายตาหยุดอยู่ที่ทุนจดทะเบียนห้าร้อยล้าน ก่อนริมฝีปากจะขยับเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกเงียบ
“ได้เลย นักศึกษาหมิงเม่ย ต่อจากนี้แค่ส่งสำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจมาให้ ทางมหาวิทยาลัยจะตรวจสอบให้เรียบร้อย แล้วก็จัดการเรื่องพักการเรียนให้ได้”
หมิงเม่ยยิ้มอย่างสุภาพ “ได้ค่ะ ขอบคุณอาจารย์มากนะคะ”
จางถิงมองเด็กสาวเดินออกจากห้องพักครูไป พลางจุ๊ปากเบา ๆ ในใจ
สมแล้วที่เรียนการเงิน คนที่เรียนด้านนี้ไม่ธรรมดากันสักคน
“เอ๊ะ อาจารย์จาง เด็กคนนั้นจะทำธุรกิจเหรอคะ?”
อาจารย์หญิงที่นั่งตรงข้ามชะโงกหน้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
จางถิงพยักหน้า “ใช่ค่ะ เป็นบริษัทโลจิสติกส์ด้วย”
อาจารย์หญิงจุ๊ปาก “สมกับเป็นหมิงสามร้อยล้านจริง ๆ”
จางถิงขมวดคิ้วงง ๆ “หมิงสามร้อยล้านคืออะไรคะ?”
อาจารย์หญิงร้องอ๋อ แล้วเริ่มเล่าเรื่องซุบซิบให้จางถิงฟัง “จำเรื่องกำแพงสารภาพรักของมหาวิทยาลัยเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ได้ไหมคะ?”
ความไม่พอใจวาบผ่านใจจางถิง เธอขมวดคิ้วแล้วพยักหน้า
อาจารย์หญิงเล่าต่ออย่างออกรส “ได้ยินว่าคนที่ถูกใส่ร้ายบนกำแพงสารภาพรักก็คือนักศึกษาหมิงเม่ยคนนี้แหละค่ะ หมิงเม่ยโกรธมากจนจ้างสำนักงานกฎหมายที่เก่งที่สุดในเมืองโมตูด้วยเงินสามร้อยล้าน แล้วฟ้องผู้ชายแซ่หลิวคนนั้นจนติดคุก! เฮ้อ โชคดีที่บ้านของนักศึกษาหมิงเม่ยมีอำนาจและเงินทอง ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นผู้หญิงธรรมดา ความพยายามตลอดครึ่งชีวิตคงพังไม่เป็นท่า แล้วต่อไปจะทำยังไงล่ะคะ? แต่เพราะเรื่องนี้ พวกอาจารย์ก็เลยตั้งฉายาให้นักศึกษาหมิงเม่ยว่า ‘หมิงสามร้อยล้าน’ ค่ะ”
