พูดโดยรวมแล้ว กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่แค่ได้สูดก็ทำให้อารมณ์สดใสขึ้นมาได้
จ้าวเฉินข่มใจไม่ให้ถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวทั้งสองคน เขาเงียบไปนาน ก่อนจะมองนาฬิกาบนผนังแล้วลดเสียงลงเอ่ยว่า “หมิงเม่ย...”
หญิงสาวขานรับเบา ๆ
“ฉันต้องกลับบ้านแล้ว”
หญิงสาวขานรับอีกครั้ง ปิดเกมแล้วมองเวลาบนโทรศัพท์ ก่อนถามว่า “ใกล้เที่ยงแล้วนะ ไม่กินข้าวก่อนค่อยกลับเหรอ?”
จ้าวเฉินส่ายหน้า “ไม่ล่ะ ที่บ้านทำมื้อกลางวันไว้ให้แล้ว”
หญิงสาวพึมพำว่า “อายุขนาดนี้แล้วยังต้องกลับบ้านกินข้าวให้ตรงเวลาอีกเหรอ!”
จ้าวเฉินยิ้มอย่างจนใจ
หมิงเม่ยลุกขึ้น สำรวจจ้าวเฉินแวบหนึ่ง ก่อนใช้นิ้วเกี่ยวปกเสื้อเขาแล้วดึงให้ลุกจากโซฟา
จ้าวเฉินเพิ่งตั้งตัวได้ ริมฝีปากนุ่มนิ่มก็ประกบลงบนปากของเขาแล้ว
หลังจูบกัน หญิงสาวยิ้มบาง ๆ โอบคอจ้าวเฉินไว้แล้วพูดว่า “ตั้งแต่นี้ไป ทุกวันเสาร์อาทิตย์นายต้องมาหาฉัน อยู่เป็นเพื่อนฉัน สองเดือนต่อจากนี้ฉันจะลงทุนรอบที่สองให้ สี่เดือนหลังจากนี้นายก็เป็นอิสระแล้ว!”
ลูกกระเดือกของจ้าวเฉินขยับ “...ขอบคุณ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่นายอยู่เป็นเพื่อนฉันก็แล้วกัน”
หมิงเม่ยปล่อยเขาแล้วพูดว่า “ฉันให้คนขับรถไปส่งนาย”
ตอนนั้นเองจ้าวเฉินถึงนึกขึ้นได้ราง ๆ ว่ารถของตัวเองน่าจะจอดอยู่แถวโกดังร้าง
ช่างเถอะ รถที่ซื้อมาใช้เดินทางเล่น ๆ ด้วยเงินแสนกว่า ก็ให้คนจัดการไปแล้วกัน
จ้าวเฉินจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เก็บที่หนีบเนกไทที่หมิงเม่ยให้มา แล้วเดินไปยังประตูใหญ่ของวิลล่า
หมิงเม่ยเดินตามหลัง เอามือไพล่หลัง กระโดดหย็องแหย็งไปส่งเขา
