หมิงเม่ยใช้นิ้วไล้ไปบนเสื้อเชิ้ตบาง ๆ ของเขา พลางยิ้มหวานเอ่ยว่า “แทนที่จะต้องกินข้าวดื่มเหล้ากับคนพวกนี้ ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะยอมร่วมงานกับนายไหม แล้วพยายามทุกวิถีทางเพื่อกระชับความสัมพันธ์ สู้...”
จ้าวเฉินก้มหน้าลง มองหญิงสาวที่เอนกายอยู่ในอ้อมแขนของเขา ดวงตาและคิ้วของเธอโค้งเป็นรอยยิ้มงดงาม ขนตาหนาและงอนยาวบดบังดวงตาที่สุกสกาวราวกับดวงดาว
“สู้ลอง...เอาใจฉันเหมือนครั้งก่อนดีกว่า...”
พูดจบ หญิงสาวก็จับไหล่จ้าวเฉินให้ทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน
“เผื่อว่านายทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นมา ฉันอาจจะลงทุนในธุรกิจของบ้านนายก็ได้นะ~”
จ้าวเฉินมองหญิงสาวแสนสวยตรงหน้า ก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ อย่างจนใจ “หมิงเม่ย...ธุรกิจของบ้านเรามีช่องโหว่ใหญ่มาก ต่อให้เอาเงินหลายร้อยล้านที่เธอใช้ซื้ออาคารครั้งก่อนมาลงทุนทั้งหมด ก็แค่พออุดรูรั่วได้เท่านั้น หลังจากนี้ยังต้องใช้เงินอีกเยอะ เธออาจจะหาเงินมาได้ก็จริง แต่ฉันคงให้ผลตอบแทนที่ทำให้เธอพอใจไม่ได้”
จ้าวเฉินเกิดมาในชนชั้นนี้ จึงไม่เชื่อเรื่องรักแรกพบอยู่แล้ว
เขาเชื่อว่าคนเรามีความรู้สึกดี ๆ ให้กันได้ แต่ไม่เชื่อว่าความรู้สึกระหว่างคนสองคนจะมีค่ามากกว่าเงินหลายร้อยล้านนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อจากนี้อาจต้องใช้เงินหนึ่งพันล้านหรือสองพันล้านมาอุดช่องโหว่ก่อนหน้านี้ ถึงจะทำให้เครือจ้าวกรุ๊ปกลับไปมีขนาดเท่าเดิมได้
นอกจากร่างกายแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นให้ผู้หญิงตรงหน้าได้อีก
และเขาก็ไม่มั่นใจด้วยว่า ความสุขที่ร่างกายของตัวเองมอบให้ผู้หญิงจะคุ้มกับเงินจำนวนนี้
หมิงเม่ยหัวเราะเบา ๆ แล้วคว้าข้อมือจ้าวเฉินไว้
