จ้าวเฉินลืมตาขึ้น ก็เห็นเพดานที่ไม่คุ้นตา
…ไม่ใช่บ้านตัวเอง และไม่ใช่ห้องที่เคยพักครั้งก่อนด้วย
จ้าวเฉินลุกขึ้นนั่ง ร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่ก็ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับครั้งก่อน
เมื่อวานหลังจากทักทายผู้สนับสนุนคนนั้นแบบลวก ๆ เขาก็ถูกพ่อบ้านของหมิงเม่ยพาไปส่งด้านนอกสถานบันเทิงใต้ดิน พอขึ้นรถได้ไม่นานก็เริ่มมีไข้ต่ำ ๆ ทั้งตัวยังสะลึมสะลือ
เขาจำได้เลือนรางว่าพ่อบ้านพูดว่า “คุณจ้าว ถ้ารู้สึกไม่สบายก็นอนพักสักหน่อยได้นะคะ”
หลังจากนั้นยังพูดอะไรอีกประโยคหนึ่ง แต่เขาฟังไม่ค่อยชัด
จากนั้นเขาก็หลับตาลง หลับสนิทจนไม่รู้เรื่องอะไรอีก
พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็อยู่ในห้องนี้แล้ว
ห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบหรู แต่ก็ยังพอมองเห็นความโอ่อ่าหรูหราจากรายละเอียดเล็ก ๆ ตามมุมต่าง ๆ ที่แฝงไว้อย่างแนบเนียน
ตามปกติแล้วความเรียบหรูกับความโอ่อ่าหรูหราไม่น่าจะผสานกันได้ ดูท่าฝีมือของนักออกแบบบ้านหลังนี้จะไม่ธรรมดา
จ้าวเฉินรู้สึกได้ชัดว่าร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าถูกทำความสะอาดจนหมดจด แถมยังเปลี่ยนเป็นชุดนอนผ้าไหมเนื้อนุ่มให้ด้วย ในใจเขารู้สึกกระดากอายอยู่หน่อย ๆ แต่ก็แอบตื่นเต้น
ตั้งแต่เล็กจนโต เขาใช้ชีวิตอยู่ในกรอบมาตลอด ไม่เคยทำอะไรตื่นเต้นแบบนี้มาก่อนเลย…
จ้าวเฉินลูบเอวตัวเอง แล้วหันไปมองข้างหมอน
ตรงนั้นมีชั้นวางของข้างเตียง ภายในมีเสื้อผ้าชุดใหม่ รวมถึงโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ และของใช้ส่วนตัวของเขา
จ้าวเฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู สายที่ไม่ได้รับจากคนในครอบครัวมีเต็มหน้าจอ
