“ช่วงนี้คุณชายหวังฝึกได้ผลดีไม่น้อยเลยนะครับ!”
คุณชายไป๋พูดยิ้ม ๆ
“ก็พอได้ ๆ” หวังจื่อชงคาบไม้อมยิ้มไว้ในปาก พูดเสียงอู้อี้
เขารู้ดีว่าถึงเวลาต้องหยุดแล้ว หากชนะต่อไปก็คงไม่ดีต่อทั้งสองฝ่าย
หวังจื่อชงวางไพ่ลงบนโต๊ะ กำลังจะพูดอะไรสักอย่างแล้วค่อยกลับ แต่เห็นคุณชายไป๋หรี่ตายิ้ม “คุณชายหวัง พี่หวัง เล่นอีกตาสุดท้ายเถอะ ว่าไง?”
หวังจื่อชงยิ้มอย่างจนใจ “แบบนี้ไม่ค่อยดีมั้ง?”
หวังจื่อชงไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้เอง แต่ดูท่าคุณชายไป๋จะเล่นเกม 24 แต้มไม่เก่งจริง ๆ
ในสายตาของหมิงเม่ย วิธีนับไพ่ที่คุณชายไป๋เรียนมาน่าจะเหมาะกับเกมอย่างโป๊กเกอร์มากกว่า ไม่ใช่เกม 24 แต้มที่ต้องอาศัยดวงไม่น้อย
“โธ่ คุณชายหวัง แบบนี้ไม่เห็นจะไม่ดีตรงไหนเลย เราเล่นกันตาสุดท้าย ลงเดิมพัน 6 เท่า ดีไหม?”
หวังจื่อชงคำนวณคร่าว ๆ แล้วถามว่า “ตาละ 63 ล้าน นายแน่ใจนะ?”
ถ้าพูดกันแค่เรื่องพื้นฐานครอบครัว ตระกูลไป๋ด้อยกว่าครอบครัวเขาอยู่ระดับหนึ่ง
เขายังพอหาเงินมาจ่ายได้ แล้วอีกฝ่ายล่ะ?
คุณชายไป๋พูดอย่างไม่ใส่ใจ “คุณชายหวัง ก็แค่ตาสุดท้ายเอง ฉันกล้าเล่น นายไม่กล้าเหรอ?”
หวังจื่อชงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าจะเล่น ถ้าเขาแพ้ก็ถือว่าดวงไม่ดี แต่ถ้าชนะก็เหมือนได้รายได้พิเศษ
จึงพยักหน้าตกลง
มุมปากคุณชายไป๋ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนเริ่มสับไพ่
แต่ตอนนั้นเอง หมิงเม่ยก็นั่งลงบนที่วางแขนโซฟาข้างหวังจื่อชง พอเขาหันมามอง เธอก็ถามว่า “พี่หวัง ฉันขอดูสนุก ๆ ด้วยคน ไม่ว่าใช่ไหม?”
