หลัวเวยเวยทำให้หมิงเม่ยนึกถึงแฟนเก่าของฉินเฟิง ดูเหมือนจะชื่อเสวี่ยหลีหรืออะไรสักอย่าง เป็นเน็ตไอดอลที่มีคนติดตามหลายสิบล้านคน
เสวี่ยหลีคนนั้นดูหยิ่งมาก ตรงกันข้าม หลัวเวยเวยคนนี้ดูฉลาดไม่น้อย
หลัวเวยเวยวางตัวอ่อนน้อมกับทุกคนในห้องรับรอง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับห่อไหล่หลังงอ ดูแล้วสบายตาสบายใจ
รู้จักวางตัวดีจริง ๆ
เพราะแบบนั้น เสวี่ยหลีถึงถูกบอกเลิกในวันนั้น ส่วน หลัวเวยเวยกลับได้ตามหวังจื่อชงมาที่สถานที่แบบนี้
จริง ๆ แล้วเน็ตไอดอลพวกนี้กับคุณชายคุณหนูตระกูลร่ำรวยก็แค่แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันเท่านั้น คุณชายคุณหนูให้เงินให้เส้นสาย ส่วนเน็ตไอดอลกับดาราก็มอบความสุขให้พวกเขา
ไม่มีใครควรคิดว่าตัวเองสำคัญเกินไป
เห็นหมิงเม่ยเอียงคอครุ่นคิด หวงเสวี่ยก็รู้สึกว่าเธอน่ารัก
ใจคันยุบยิบ อยากคาบบุหรี่สักมวน แต่พอนึกถึงอายุที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของหมิงเม่ย ก็ได้แต่ขบฟัน ก่อนจะคว้าเสื้อของหวังจื่อชงขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ แล้วล้วงอมยิ้มออกจากกระเป๋าเสื้อเขา แกะห่อแล้วคาบไว้ในปาก
อมยิ้มรสลิ้นจี่
หวงเสวี่ยมองหมิงเม่ยไปพลางคิดไปพลาง
หวังจื่อชงปรบมือเรียกความสนใจ “สถานบันเทิงใต้ดินนี่เพิ่งเปิดช่วงสองสามวันนี้ วันนี้มีเล่นไพ่กับแข่งรถใต้ดิน พรุ่งนี้มีชนหมาชนไก่กับงานประมูล ส่วนมะรืนก็มีสามอย่างเดิม วันนี้เราไปเล่นไพ่กันสักสองตาไหม?”
หวังจื่อชงเป็นคนเสนอ
หมิงเม่ยนึกถึงสกิล【เชี่ยวชาญการเล่นไพ่】ที่ยังไม่เคยกระตุ้นได้เลย
สกิลนี้ถ้าไม่ใช้วันนี้ แล้วจะรอถึงเมื่อไหร่?
เธอจึงพยักหน้า “พอดีเลย ฉันเรียนอะไรบางอย่างจากคนที่บ้านมา แต่ยังไม่เคยได้ใช้ วันนี้เล่นไพ่ก็ได้ใช้พอดี”
