เป็นไปตามคาด คุณปู่หยางคังเฉิงรู้สึกขยะแขยงกับท่าทีของหวังจื่อชงอยู่ไม่น้อย
ให้ตายสิ คนอายุสามสิบกว่า ๆ ปัดเศษขึ้นไปก็เกือบสี่สิบแล้ว ยังกล้าทำท่าทางเหมือนสาวน้อยเรียบร้อยแบบนี้ได้ยังไง?
แต่คุณปู่หยางคังเฉิงก็รีบฉีกยิ้มเสแสร้งออกมา “ฮ่า ๆ พวกเราแก่แล้ว ไม่ไหวแล้ว ตอนนี้เป็นยุคของคนหนุ่มสาวแล้ว”
ถ้างั้นก็ยกอำนาจให้คนหนุ่มสาวสิ หยางชิงบ่นในใจ
คุณปู่หยางกวาดตามองหวังจื่อชงกับพวกพ้องด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะหยุดมองหมิงเม่ยอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูคนนี้หน้าตาไม่คุ้นเลยนะ! ไม่ทราบว่าเป็นคุณหนูบ้านไหนหรือ?”
หวงเสวี่ยดึงหมิงเม่ยไปไว้ข้างหลังอย่างแนบเนียน ส่วนหม่าเหยาก็เบี่ยงตัวบังหมิงเม่ยเล็กน้อย หวังจื่อชงกระตุกมุมปาก “คุณปู่หยาง เธอเป็นเพื่อนผม แซ่หมิงครับ”
แซ่หมิงหรือ? คุณปู่หยางนึกทบทวนแซ่นี้อย่างละเอียด แปลกจริง ทั้งที่บ้านเดิมของตระกูลหยางอยู่ที่ฮวาเฉิง แต่พวกเขาก็พอรู้จักทั้งเมืองหลวงกับเมืองโมตูอยู่บ้าง ไม่เห็นจำได้ว่ามีตระกูลไหนแซ่หมิงเลย
แต่คุณปู่หยางก็อ่านสีหน้ารำคาญของหวังจื่อชงออก เขาแอบด่าในใจว่าเป็นเจ้าคนไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่ อี้ต๋าต้องพังอยู่ในมือแกสักวันแน่
ทั้งสองฝ่ายทักทายกันอีกสองสามคำ ก่อนจะแยกย้าย
พอคุณปู่หยางเดินจากไป หวังจื่อชงก็แค่นเสียงอย่างดูแคลน แล้วกดเรียกลิฟต์พลางรอประตูเปิด
หวงเสวี่ยหันมาบอกหมิงเม่ยว่า “หมิงเม่ย จำไว้นะ ต่อไปถ้าเจอคุณปู่คนนี้ แค่พยักหน้า ยิ้ม แล้วตอบอืมก็พอ อย่าคุยกับเขาเยอะ”
