หวงเสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหันไปถามผู้จัดการว่า “แผงที่วันนั้นเจอหยกหมึกเหอเถียนก้อนใหญ่เท่ากำปั้นสองก้อนใช่ไหม?”
ผู้จัดการพยักหน้า
หวงเสวี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามต่อว่า “คุณได้ถามเจ้าของแผงหรือยังว่าเขาว่ายังไง หินดิบชุดเดียวกับที่เจอหยกหมึกเหอเถียนก่อนหน้านี้หรือเปล่า?”
ผู้จัดการพยักหน้าแล้วตอบว่า “คุณหนูวางใจได้ครับ ตอนผมมาถึงก็ถามมาแล้ว เจ้าของแผงยืนยันว่าเป็นหินดิบชุดเดียวกับครั้งก่อน ทั้งหมดขุดมาจากซินเจียงครับ”
หวงเสวี่ยพยักหน้า “โอเค เข้าใจแล้ว เหนื่อยหน่อยนะ เดี๋ยวพวกเราไปดูกัน”
ผู้จัดการพยักหน้าแล้วเดินจากไป
หวงเสวี่ยงอนิ้วเคาะโต๊ะ “ทุกคน รีบกินให้เสร็จ เป้าหมายต่อไปคือแผงทางตะวันออกของถนน!”
หวังจื่อชงขมวดคิ้ว “แผงของไอ้แซ่ไป๋ที่พาคนไปเจอหยกหมึกเหอเถียนก่อนหน้านั้นน่ะเหรอ?”
หวงเสวี่ยพยักหน้า
หมิงเม่ยนึกถึงคุณชายไป๋ขึ้นมาได้ จึงถามว่า “จริงสิ เหล่าหวัง ไอ้แซ่ไป๋คนนั้นจ่ายเงินให้นายหรือยัง?”
หวังจื่อชงเลิกคิ้ว “แน่นอน ฉันส่งวิดีโอไปให้พ่อเขาแล้ว พ่อเขารับปากกับปากว่าจะจ่ายเงินให้ฉัน”
หวงเสวี่ยนวดขมับ “ทำแบบนี้ก็ได้เหรอ? แล้วพ่อนายว่ายังไง? คราวหน้าถ้ามีงานเลี้ยง ระวังตาแก่ยายแก่พวกนั้นมารุมสั่งสอนนายอีกล่ะ พวกเขาชอบคนแซ่ไป๋ที่ดูเรียบร้อยเชื่อฟังแบบนั้นจะตาย”
มุมปากหมิงเม่ยกระตุก “ไอ้แซ่ไป๋นั่นเรียกว่าดูเรียบร้อยเชื่อฟังได้ด้วยเหรอ?”
หวังจื่อชงพูดเหน็บอย่างดูแคลน “ก็เขาเสแสร้งเก่งนี่นา ปากหวาน หน้าตาดี แถมชื่อเสียงก็ดี ไม่เหมือนฉันกับเหล่าหวงที่ ‘ชื่อเสียงฉาวโฉ่’ ฮึ ๆ ไม่รู้ว่าถ้าคุณปู่ไป๋รู้ว่าหลานชายสุดที่รักของเขาเที่ยวเล่นจนมีคู่นอนมากกว่าฉัน แถมไม่เลือกเพศ จะทำหน้ายังไง?”
