ทั้งสองกินอะไรไปนิดหน่อย แล้วก็เดินดูพวกกระเป๋ากับเครื่องประดับ ก่อนจะแยกย้ายกัน
เมื่อถึงบ้าน หมิงเม่ยก็นอนหลับเต็มอิ่มอย่างสบายใจ เช้าวันรุ่งขึ้นพอเธอแต่งตัวเรียบร้อย หวังจื่อชงก็ขับรถมาจอดหน้าบ้านเธอแล้ว
เป็นรถสปอร์ต 4 ที่นั่ง
“ไปกันเถอะหมิงเม่ย วันนี้พี่จะพาเธอไปเล่นพนันหิน!”
หวังจื่อชงพูด
ข้างหวังจื่อชงไม่มีใครนั่งอยู่ ส่วนหวงเสวี่ยนั่งอยู่เบาะหลัง หมิงเม่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะไปนั่งข้างหวงเสวี่ย
“จะไปเล่นที่ไหนเหรอ? ที่สถานบันเทิงเหมือนเดิมหรือเปล่า?”
หวงเสวี่ยถาม
หวังจื่อชงพูดอย่างตื่นเต้นว่า “เมื่อวานไม่ได้บอกแล้วเหรอ? วันนี้ไปถนนพนันหินกัน พนันหินในสถานบันเทิงยังไงก็ไม่ตื่นเต้นเท่าที่นั่นหรอก”
หวงเสวี่ยพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรต่อ
หมิงเม่ยถามขึ้นว่า “ถนนพนันหินเหรอ?”
หวงเสวี่ยอธิบายว่า “อยู่แถวชานเมืองของเรานี่แหละ เป็นตลาดค้าส่งหินหยกดิบที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ตอนแรกไม่มีชื่อหรอก แค่เมื่อหลายปีก่อนมีพ่อค้าหินหยกดิบรายใหญ่หลายคนเอาแผงไปตั้งที่นั่น พวกพ่อค้ารายย่อยก็เลยเอาแผงไปตั้งตามบ้าง หลังจากนั้นก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้กลายเป็นตลาดค้าส่งหินหยกดิบที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ไปแล้ว จะพนันหินแล้วผ่าให้ดูตรงนั้นเลยก็ได้ ซื้อแล้วผ่าทันที รวยจนได้ในมีดเดียวหรือหมดตัวในมีดเดียว เห็นผลกันจะ ๆ เลย สถานบันเทิงไม่ดีตรงนี้แหละ ผ่าหินให้ดูตรงนั้นไม่ได้ ห้องผ่าหินก็เล็กเกินไป ไม่เห็นตื่นเต้นสักนิด”
หมิงเม่ยพยักหน้า “อ๋อ เข้าใจแล้ว”
เธอใช้เวลาในห้างแลกหนังสือสอนพนันหินสำหรับมือใหม่มาเล่มหนึ่ง ใช้เวลาสิบกว่านาทีอ่านทำความเข้าใจคร่าว ๆ แล้วก็พบว่าเนตรทะลวงของตัวเองมีประโยชน์มากจริง ๆ
