คนพวกนี้อาจเพราะสถานการณ์ของตัวเองและประสบการณ์บางอย่าง ทำให้มักมีเจตนาร้ายต่อคนอื่น โดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตดีกว่าพวกเขา ทั้งที่ไม่คิดเลยว่าจะเปลี่ยนสถานการณ์ของตัวเองได้อย่างไร
ตอนนี้เสียงเอะอะข้างในดังขึ้นกว่าเดิม
หมิงเม่ยได้ยินเสียงชายหนุ่มอีกคนพูดว่า “พวกเราก็แค่อยากได้หลักประกันเท่านั้นเอง ถ้าไม่มีหลักประกัน ใครจะซื้อหินเฮงซวยของคุณ?”
จากนั้นก็เป็นเสียงหญิงวัยกลางคน “พอแล้ว ๆ ฉันไม่ขายแล้ว คืนเงินให้ก็ได้ เอาหินคืนมา แล้วไปซื้อที่อื่นที่มีหลักประกันเถอะ!”
ชายหนุ่มยังไม่ยอมเลิกรา “ทำไมล่ะ? รู้แล้วใช่ไหมว่าหินบ้านคุณผ่าออกมาไม่ได้อะไร คราวนี้กลัวขึ้นมาแล้วหรือไง?”
หญิงวัยกลางคนก็เริ่มโมโห “ฉันพูดกี่รอบแล้วว่าเรื่องเสี่ยงโชคกับหินแบบนี้ ไม่มีใครกล้ารับประกันทั้งนั้น ไม่มีใครกล้ายืนยันว่าผ่าออกมาแล้วจะได้อะไร ถ้าจะเอาของก็ถือแล้วไสหัวไปเดี๋ยวนี้ หรือไม่ก็ไปซื้อที่อื่น อย่ามารบกวนฉันทำมาหากิน!”
ชายหนุ่มพูดเสียงแข็ง “เชื่อไหมว่าฉันจะแจ้งความจับคุณ?”
ทันใดนั้น ฝูงชนก็แหวกออกเป็นทาง
ที่แท้ชายหนุ่มคนนั้นถูกหญิงวัยกลางคนผลักจนล้มลงกับพื้น
หญิงวัยกลางคนเดินเข้าไปเตะเขาทีหนึ่ง “ดีเลย ๆ ไปแจ้งความสิ เก่งนักก็โทรเรียกตำรวจมาเลย! ต่อให้วันนี้ตำรวจมาจริง ฉันก็เป็นฝ่ายถูก!”
พูดพลางกระชากหินก้อนขนาดเท่าหัวคนออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่ม แล้วถุยน้ำลายใส่เขา “ถุย! วันนี้ฉันซวยแปดชั่วโคตรที่มาเจอคนอย่างแก เงินฉันจะคืนให้ทีหลัง ไสหัวไป!”
