【ผู้ปฏิบัติภารกิจ แขกจะมาถึงเมื่อไหร่กันนะ? ฉันรอจนดอกไม้จะร่วงหมดแล้ว】
ระบบหาวหวอด เพื่อให้ช่วยเหลืออวี่ฉือหลิงได้สะดวก มันจึงแปลงร่างเป็นแมวเมนคูนสีดำขาว ขนเงางามนุ่มลื่น
ตอนนี้มันนอนหงายอยู่บนตักของอวี่ฉือหลิง ในดวงตาสะท้อนกระแสข้อมูลที่ไหลบ่า
ตั้งแต่อวี่ฉือหลิงบอกว่าจะมีแขกมาที่บ้าน ระบบก็เฝ้ามองไปทางประตูตลอด แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาคน
อวี่ฉือหลิงลูบท้องมันปลอบโยน ระบบส่งเสียงครางอย่างสบายใจ ร่างนุ่มเหลวราวกับแผ่นแป้ง หางยาวฟาดพื้นเป็นจังหวะ ช่างสุขสบายเหลือเกิน
ด้านนอกประตู เสียงรองเท้าบูตกระทบพื้นไม้ดังแผ่วเบา ฟังจากเสียงแล้วเจ้าของรองเท้ากำลังเดินเข้ามาใกล้อวี่ฉือหลิงเรื่อย ๆ ดูท่าคงตั้งใจมาหาเขา
“ตึก ตึก ตึก——”
“มาแล้ว”
อวี่ฉือหลิงเพิ่งพูดจบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพอดี
เคาะสามครั้ง เว้นช่วงครั้งละครึ่งวินาที
แมวเมนคูนตั้งหูชัน สายตาทะลุผ่านประตูบานใหญ่ได้อย่างง่ายดาย
【ผู้ปฏิบัติภารกิจ ข้างนอกมีคนยืนอยู่สองคน ทั้งคู่มีคลื่นพลังวิเศษ เป็นผู้มีพลังวิเศษทั้งนั้น คนที่นำทีมยังสวมแว่นขอบทองด้วย ดูยังไงก็ไม่น่าใช่คนดี】
“แว่นขอบทอง” อวี่ฉือหลิงเลิกคิ้ว เครื่องประดับที่เป็นเอกลักษณ์ขนาดนี้ เขาคงเดาได้แล้วว่าเป็นใคร
หลี่หลูหลิน ผู้มีพลังวิเศษ ความสามารถของเขาคือจับคำโกหก จุดที่น่าพิศวงของพลังนี้คือสามารถมองข้ามกำแพงระหว่างระดับ และตรวจสอบความจริงเท็จของคำพูดได้โดยตรง
ในมังงะต้นฉบับ หลี่หลูหลินปรากฏตัวครั้งแรกในปีที่สองหลังซินไห่ล่มสลาย เขาถูกฐานจิ้นเจียงรับเข้าไป ต่อมากลับกลายเป็นอาจารย์ชั่วคราวของกลุ่มตัวเอกโดยบังเอิญ รับหน้าที่สอนทั้งสามคนใช้พลังวิเศษ
ขณะที่กลุ่มตัวเอกและแม้แต่คนอ่านต่างติดป้ายให้เขาเป็นคนดี หลี่หลูหลินกลับหักหลังอย่างกะทันหัน ลงมือโจมตีทั้งสามอย่างร้ายแรง จนพวกเขาถูกดึงเข้าไปในแดนลี้ลับระดับเอสแทบเอาชีวิตไม่รอด
ส่วนเหตุผลน่ะหรือ ผู้เขียนไม่ได้บอกไว้
ปลายนิ้วสอดผ่านขนฟูของแมว มืออีกข้างที่ว่างอยู่ของอวี่ฉือหลิงเขียนชื่อหลี่หลูหลินลงไป ก่อนจะกากบาททับ
จะเป็นคนดีหรือคนเลว จะมีเหตุผลจำเป็นหรือความลับอะไรทั้งนั้น ขอแค่กล้าทำร้ายสมบัติล้ำค่าของเขา ก็กำจัดให้หมดทุกคน!
【ผู้ปฏิบัติภารกิจ พวกเขาพกปืนมาด้วย เป็นอาวุธล่าสิ่งลี้ลับ เอ็น10 ที่ฐานสู่กวางใช้จัดการสิ่งลี้ลับโดยเฉพาะ อานุภาพร้ายกาจ ฆ่าสิ่งลี้ลับระดับซีได้โดยตรง และใช้กับผู้มีพลังวิเศษก็ได้ผลเหมือนกัน】
ระบบเปลี่ยนเรื่องพูด แล้วเชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
【แต่คุณไม่ต้องกังวลมากหรอก ต่อให้ยิงกระสุนพร้อมกันร้อยนัด ก็ทะลุเกราะป้องกันของระบบไม่ได้】
“คุณนี่เป็นสมบัติล้ำค่าของฉันจริง ๆ” อวี่ฉือหลิงจัดหนัก จุ๊บลงบนหัวมันแรง ๆ หนึ่งที
【คะ-คุณฉวยโอกาสนี่!】
ระบบโวยวายอย่างมึนงง แต่หางกลับชี้โด่ขึ้นสูง【ระบบอย่างฉันเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง ไม่ถือสาคนเด็กกว่า ครั้งนี้จะยอมยกโทษให้คุณไปก่อนก็แล้วกัน】
“ครับ ๆ ขอบคุณระบบผู้ยิ่งใหญ่”
ดวงตาของอวี่ฉือหลิงโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว คนหนึ่งกับระบบหนึ่งต่างเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูด จึงพร้อมใจกันเมินเสียงเคาะประตูด้านนอก
ระหว่างพูดคุย อวี่ฉือหลิงโบกมือปัดชุดน้ำชาบนโต๊ะจนล้มระเนระนาด เครื่องเคลือบแตกกระจายเต็มพื้น เศษคมบาดเสื้อผ้าและปลายขากางเกง ใต้เนื้อผ้าเห็นน่องผอมแห้งหย่อนคล้อยจนมองเห็นโครงกระดูกชัดเจน
เขาก้มมองแอ่งน้ำบนพื้น แล้วแย้มยิ้มอย่างพอใจ เรียบร้อย สมบูรณ์แบบ
“สวัสดีครับ พวกเรามาจากฐานเพื่อสอบสวนคดี รบกวนให้ความร่วมมือด้วยครับ”
คนด้านนอกตะโกนเสียงดัง คราวนี้อวี่ฉือหลิงอยากแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินก็คงไม่ได้แล้ว
เขาบังคับรถเข็นให้เคลื่อนไปยังประตู วางมือลงบนลูกบิดแล้วกดลงอย่างแรง
ด้านนอกประตู หลี่หลูหลินขมวดคิ้วยืนยันอีกครั้ง หมู่บ้านความสุข ห้อง 101 ไม่ได้มาผิดที่
เขาหันไปมองเพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้าง ๆ “หรือว่าไม่มีคนอยู่บ้าน?”
“ไม่น่าใช่” เพื่อนร่วมงานเปิดภาพถ่ายร้านแกะสลักไม้ที่ถ่ายไว้ก่อนหน้านี้ “ฉันสืบถามมาแล้ว เจ้าของร้านแกะสลักไม้คนนั้นขาทั้งสองข้างไม่สะดวก ต้องใช้รถเข็นตลอด ปกติอยู่ที่ร้านก็อยู่บ้าน ไม่ค่อยออกไปไหน”
“มีเสียงแล้ว”
หลี่หลูหลินส่งสายตาให้เพื่อนร่วมงานเงียบ พร้อมกับสอดมือเข้าไปในกระเป๋า แตะปืนพกที่ฐานจัดเตรียมไว้ให้
ถ้าอีกฝ่ายเปิดประตูแล้วคิดเล่นงานทีเผลอ เขาจะยิงให้ร่วงทันที
ประตูเหล็กเปิดออกจากด้านใน หลี่หลูหลินกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว สายตาเลื่อนลง ก่อนสบเข้ากับดวงตาคู่สวยซีดเซียวของอวี่ฉือหลิง
หลี่หลูหลินสังเกตเห็นดวงตาของอวี่ฉือหลิงทันที มันเป็นสีฟ้าเจือเฉดสีของท้องฟ้า ชวนให้เผลอคิดไปว่าภายในนั้นซ่อนเมฆขาวและหมู่นกเอาไว้หรือเปล่า
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนรถเข็นเอ่ยด้วยสีหน้าขอโทษ “ขอโทษครับ สุขภาพของผมค่อนข้างพิเศษ ทำให้พวกคุณต้องรอนาน”
พูดจบ อวี่ฉือหลิงก็กระชับผ้าห่มบนไหล่ ไอออกมาสองครั้ง
“อากาศหนาว เข้าไปคุยข้างในกันดีไหมครับ” เพื่อนร่วมงานที่ยืนอยู่ด้านหลังเห็นดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นเพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์
หลี่หลูหลินไม่ได้ปฏิเสธ ถือว่าอนุญาตแล้ว
“ดีเลยครับ ผมต้มส้มไว้ด้วย” อวี่ฉือหลิงยิ้มแล้วขยับหลบไปด้านข้าง พร้อมส่งสัญญาณโอเคให้ระบบที่หมอบอยู่ในเบาะแมวโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น
ลูกบอลอิเล็กทรอนิกส์เสมือนที่มีเพียงอวี่ฉือหลิงมองเห็น ลอยมาอยู่ข้างกายเขา แสงสีแดงบริเวณแกนกลางซึ่งแทนเลนส์กล้องกะพริบขึ้น
【เริ่มบันทึกภาพสดแล้ว ผู้ปฏิบัติภารกิจสามารถสั่งหยุดหรือดูเนื้อหาได้เอง】
เครื่องทำความร้อนในห้องเปิดไว้แรง กลิ่นส้มลอยอบอวลอยู่ในอากาศ หลี่หลูหลินกับเจ้าหน้าที่ที่มาด้วยถอดเสื้อโค้ตทันทีที่เข้าห้อง ถึงอย่างนั้นหน้าผากก็ยังมีเหงื่อผุดขึ้นมาชั้นหนึ่ง
ตรงกันข้าม อวี่ฉือหลิงสวมเสื้อไหมพรมหนาหนัก คอเสื้อที่สูงเกินไปปิดบังลำคอเอาไว้ เหลือให้เห็นเพียงแนวกรามที่ผอมตอบเกินไป
หลี่หลูหลินกวาดสายตามองรอบห้องอย่างเงียบ ๆ ผ้าม่านทุกบานปิดสนิท แสงสีขาวเย็นจากหลอดไฟบนเพดานส่องสว่างทั่วทุกมุม
มุมห้องมีไม้ค้ำยันที่ถูกทิ้งไว้จนจับฝุ่น ผิวสีทองมีรอยกระแทกที่มองเห็นไม่ชัดนัก
เขานั่งลงตรงขอบโซฟาด้านหนึ่ง หางตาเหลือบเห็นบางอย่างใต้โต๊ะน้ำชา เป็นเศษเครื่องเคลือบชิ้นเล็ก ๆ รอยแตกดูเหมือนเกิดจากการทำตก พอดีกับเสียงที่ได้ยินตรงหน้าประตู
ทันใดนั้น ถ้วยชาร้อนก็ถูกเลื่อนมาตรงหน้า น้ำชาใสกระจ่าง ไอร้อนทำให้เลนส์แว่นของหลี่หลูหลินข้างหนึ่งพร่ามัว
หลี่หลูหลินเงยหน้าขึ้น ชายหนุ่มที่อยู่อีกฝั่งของโต๊ะน้ำชามีสีหน้าเรียบเฉย “คุณตำรวจ มาหาผมมีธุระอะไรหรือครับ?”
หลี่หลูหลินลูบไล้ข้างถ้วย “คุณอวี่ เมื่อสองวันก่อนมีนักเรียนคนหนึ่งไปที่ร้านของคุณ สวมเครื่องแบบโรงเรียนมัธยมชางซิ่นหมายเลขหนึ่ง สะพายกระเป๋าเป้ คุณยังจำได้ไหม?”
“จำได้ครับ อายุไล่เลี่ยกับน้องชายผม เป็นหนุ่มหล่อคนหนึ่ง”
พอพูดถึงน้องชาย น้ำเสียงของอวี่ฉือหลิงก็สดใสขึ้นไม่น้อย แต่หลี่หลูหลินยังจับได้ว่ามีความเศร้าที่ผิดปกติแฝงอยู่ในนั้น
มีปัญหา หลี่หลูหลินก้มหน้าจดบันทึกต่อไป ใช้ท่าทางนั้นบังสายตาที่กำลังจับพิรุธ
“หลังออกจากร้านของคุณได้สามชั่วโมง เขาก็เข้าไปในแดนลี้ลับระดับบี แต่สุดท้ายกลับรอดชีวิตออกมาได้อย่างปาฏิหาริย์ ฐานค้นทั่วที่เกิดเหตุแล้วก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรเลย วันนี้พวกเราถึงมาหาคุณ เพื่อสอบถามสถานการณ์ตอนนั้น”
หลี่หลูหลินจงใจพูดช้าลง พร้อมสังเกตสีหน้าของอวี่ฉือหลิง “คุณอวี่ มีเบาะแสอะไรที่คุณรู้บ้างไหม?”
“ผมไม่รู้!”
อวี่ฉือหลิงมีปฏิกิริยารุนแรงจนปัดถ้วยตก เศษถ้วยกระจายออก บาดโดนตรงจุดที่เสื้อผ้าขาดอยู่ก่อนจนเกิดรอยเลือดขึ้นเส้นหนึ่ง
หยดเลือดร่วงลงในน้ำชา ย้อมพื้นให้กลายเป็นสีแดง
หลี่หลูหลินกับเพื่อนร่วมงานชะงักงันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ไม่มีใครพูดอะไรอยู่ชั่วขณะ
อากาศเงียบสงัด รอบด้านเหลือเพียงเสียงหอบหายใจแรงของอวี่ฉือหลิงกับเสียงพึมพำกับตัวเองอย่างประสาทเสีย
เขากำผ้าห่มที่คลุมท่อนล่างแน่น ไหล่สั่นขึ้นอย่างผิดปกติ “แดนลี้ลับ อีกแล้ว! แดนลี้ลับอีกแล้ว!”
เส้นเลือดฝอยสีแดงไต่ขึ้นในดวงตาของอวี่ฉือหลิง เขาคว้าเศษเครื่องเคลือบขึ้นมาอย่างไม่ห่วงชีวิต ฝ่ามือถูกบาดจนเลือดอาบก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ
“อวี่ฉือหลิง ใจเย็น ๆ ที่นี่ปลอดภัย!”
หลี่หลูหลินก้าวเข้าไปข้างหน้า พยายามแย่งเศษเครื่องเคลือบออกจากมือเขา แต่มือยังไม่ทันแตะตัวอวี่ฉือหลิง อีกฝ่ายก็หลบไปก่อนแล้ว
ปลายแหลมคมจ่อใส่ทั้งสองคน อวี่ฉือหลิงตะโกนอย่างเสียสติว่า
“ออกไป! ไสหัวออกไป!”
แมวเมนคูนที่เดิมขดตัวแสร้งหลับอยู่ในเบาะแมว กระโจนพรวดมายืนขวางหน้าอวี่ฉือหลิง รูม่านตาของมันเบิกกว้าง ลำคอส่งเสียงครางข่มขู่
ไม่ไกลออกไป ลูกบอลแสงบันทึกเหตุการณ์นี้อย่างแข็งขันและไม่ขาดตกบกพร่อง
