การพบร่างของหวังอวี้หลางทำให้ชิงอู๋โล่งอกไปชั่วขณะ
ส่วนหยางที่เซียวเฉินเยี่ยนให้ยืมไปนั้น รอกลับไปแล้วชิงอู๋แนบชิดเขาอีกสักหน่อย แล้วให้ซือถูจิ้งจัดยาเสริมพลังหยางมาให้อีกสักสองสามชุดก็พอแล้ว
ทว่าพู่กันพญายมเอาแต่โวยวายในหัวนาง “เจ้าทำเหลวไหลอีกแล้ว! ใช้หยางของเซียวเฉินเยี่ยนหลอกสมุดบันทึกความเป็นความตาย ถ้าถูกจับได้ต้องถูกลงทัณฑ์นะ!”
ชิงอู๋ตอบ “ลงก็ลง ข้าไม่กลัวอยู่แล้ว”
พู่กันพญายมสะอื้น “เจ้าไม่กลัวแต่ข้ากลัวนะ ข้าไม่อยากถูกโยนไปลงโทษที่ตำหนักเพลิงกรรม”
“โดนเผามาตั้งหลายครั้งจะกลัวอะไร อย่างไรก็เผาไม่ตาย” ชิงอู๋ไร้ยี่หระ “นรกอเวจียังเคยอยู่ ตำหนักเพลิงกรรมน่ะจิ๊บจ๊อยยิ่งนัก”
พู่กันพญายมเดือดดาล “ข้าไม่ยุ่งกับเจ้าแล้ว! จะเหลวไหลก็ตามใจ! ดีแต่ดื้อดึง!”
ชิงอู๋เองก็ไม่อยากเถียงกับพู่กันห่วยนี่ จึงไม่สนใจมันเช่นกัน
เมื่อครู่ที่ยืมหยางจากเซียวเฉินเยี่ยน นางสัมผัสดวงวิญญาณเขา แล้วพบอีกเรื่องหนึ่ง
ชะตาของเซียวเฉินเยี่ยนถูกคนทำอะไรบางอย่าง!
แต่ตอนนี้คนมากปากมาก รอให้อยู่กันตามลำพังเมื่อไหร่ ชิงอู๋ค่อยบอกเขาก็ยังไม่สาย
ขณะนั้น องครักษ์เกราะดำลากสิ่งหนึ่งเข้ามา
นั่นคือผีแคระป่าที่ยังเป็นๆ อยู่ตัวหนึ่ง
เพียงแต่มันถูกธนูปักทั้งขาและท้อง ทะลุเป็นรู ส่วนหัวกะโหลกบนศีรษะถูกถอดออก เผยให้เห็นหัวแคระคล้ายวานร ลิ้นกับคางกลับถูกตัดทิ้งไปแล้ว
ชิงอู๋ประหลาดใจ “พวกเจ้าจับเป็นได้ถึงเพียงนี้เชียว?”