ต่อให้ชิงอู๋จะโกรธจนหน้าแดงก็จนปัญญา ยามนี้ตัวจริงไม่อยู่ เพียงแต่ในใจแม้จะเคียดแค้นที่เซียวเฉินเยี่ยน 'ปากหนัก' กลับแอบรู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก
ถึงขั้นที่ว่า สายตาหลากหลายที่จับจ้องมาโดยรอบ ไม่ว่าจะตกตะลึง ประเมิน หรือหวาดระแวง นางล้วนให้อภัยความไร้มารยาทของพวกคนโง่ตัวโตนี้ด้วยใจกว้างยิ่ง
ซือถูจิ้งใจเต้นระทึกดั่งคลื่นลมในมหาสมุทร
สายตาจับจ้องไปที่พู่กันพญายมในมือขวาของชิงอู๋เป็นระยะ ต่างจากคนอื่นที่สงสัยว่าชิงอู๋คือศพของอวิ๋นชิงอู้ที่ลุกขึ้นมา
ซือถูจิ้งไม่เคยมองว่าคนผู้นี้เป็นมนุษย์
เขาคลางแคลงมาตลอดว่า ในร่างของชิงอู๋สิงสถิตด้วยวิญญาณเก่าแก่ที่มีวรยุทธ์สูงส่ง
แต่เมื่อครู่นี้ชิงอู๋ลงมือ ซือถูจิ้งก็รู้ว่าตนคิดผิด
ท่านย่าผีผู้นี้ ไม่ใช่มนุษย์ก็จริง แต่ถึงเป็นผี สถานะก็ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง!!
เมื่อครูนางใช้ 'ราชโองการ' นี่!
พู่กันตวัดหนึ่งลิขิตเป็นตาย นี่เป็นความสามารถขององค์ราชทูตนรกใช่หรือไม่! ไม่ ราชทูตใต้บัญชียมโลก มีอำนาจเพียงพิพากษาโทษ มิได้ชี้ขาดความเป็นตาย
“ขอบพระทัยพระชายาที่ยื่นมือช่วยเหลือ หากมิใช่พระชายา วันนี้พวกเราคงดับดิ้นตั้งแต่วัยฉกรรจ์กันหมดแล้ว”
ซือถูจิ้งทำสีหน้าน่าสงสาร “พระชายาคือผู้ให้ชีวิตใหม่แก่พวกข้าน้อย!”
ชิงอู๋ขนลุกซู่ รู้สึกขยะแขยงเล็กน้อย
องครักษ์เกราะดำด้านข้างก็ถอยห่างจากซือถูจิ้งเงียบๆ พวกเขารู้ดีว่าท่านที่ปรึกษาซึ่งควบตำแหน่งหมอเถื่อนผู้นี้หน้าด้านหนา แต่จะถึงขั้นมารับญาติเลยหรือ!
“ไม่ถึงขนาดนั้น เจ้าดูอายุยืนดี”
“จริงหรือ?!” ซือถูจิ้งดีใจ “พระชายากล่าวเช่นนี้ เช่นนั้นข้าน้อยต้องมีชีวิตถึงเก้าสิบเก้าอย่างแน่นอน”
ชิงอู๋ยิ้มบาง “หากพล่ามมากกว่านี้ ข้ารับรองว่าเจ้าอยู่ไม่ถึงยี่สิบเก้า”