หลังจากเซียวเฉินเยี่ยนจากไปไม่นาน ก็มีบ่าวเข้ามา ยกโคมดอกไอริสออกไปอย่างระมัดระวัง
ขณะเดียวกัน สาวใช้ที่เขาจัดมาให้ก็มาถึง
หงรุ่ยดูเป็นคนสุขุมกว่า ส่วนลวี่เฉียวร่าเริงกว่า ทั้งสองมีรูปโฉมงดงาม จากการเดิน ยืน นั่ง นอน ล้วนเห็นได้ว่ามีวรยุทธ์ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจกลับเป็นรอยสักบนแก้มขวาของพวกนาง
รอยสักอักษร 'ทาส'
ชิงอู๋หวนนึกถึงความทรงจำในอดีต ชาติที่แล้วนางกับเซียวเฉินเยี่ยนเคยช่วยเด็กสามคนที่ถูกพวกค้ามนุษย์ลักพาตัวไป
เด็กสาวสองคนถูกสักอักษรบนแก้ม ส่วนเด็กชายอีกคนโชคดีกว่าเล็กน้อย ถูกช่วยไว้ก่อนจะถูกสัก
ชิงอู๋เก็บความคิด หาวหวอดพลางสั่งให้จัดสำรับ กินส่ง ๆ สองสามคำ แล้วกลับไปนอนต่อ
สาวใช้ทั้งสองสังเกตนางอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ จึงถอยออกไป
ครั้นชิงอู๋ตื่นจากการหลับใหลครานี้ ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
สาวใช้ทั้งสองยังเฝ้าอยู่หน้าประตู นางยิ้มน้อย ๆ เป่าลมไปทางประตู
สายลมยามราตรีพัดมา จู่ ๆ หงรุ่ยและลวี่เฉียวก็รู้สึกง่วงหนัก ศีรษะทั้งสองพยักพเยิด พิงกำแพงหลับไป
ชิงอู๋ผลักประตูออกไปอย่างเปิดเผย ร่างหายวันไปในความมืด
นับตั้งแต่ที่อวิ๋นโฮ่วสิงนำโลงศพกลับบ้าน จวนเสนาบดีก็ปั่นป่วนไม่เป็นสุข
หลัวซื่อเพิ่งถูกยกจากอนุเป็นภรรยาเอก ยังไม่ทันได้วางอำนาจเป็นนายหญิงผู้ดูแลเรือนได้สักวัน ก็เห็นบุตรสาวกลับมาในสภาพ 'ตาย' ร่ำไห้จนหอบหายใจแทบขาด
เขาออกจากจวนอ๋องอัญก็ไปขอเข้าเฝ้าองค์รัชทายาททันที แต่สุดท้ายกลับเข้าไม่ได้แม้แต่ประตูตำหนักบูรพา