ยวี่หมี่กอดชามใบใหญ่ไว้ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นโคลน
มันหยิบกิ่งไม้ขนาดพอ ๆ กับตะเกียบขึ้นมา แล้วเริ่มยัดข้าวเข้าปากอย่างบ้าคลั่ง
กินมูมมามจนปากมันเยิ้มไปหมด
เถียนชิวสุ่ยยืนกอดอก มองอยู่เงียบ ๆ ไม่ไกล
มองไปมองมา คิ้วของเถียนชิวสุ่ยก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เถียนชิวสุ่ยสังเกตได้อย่างเฉียบไวว่า แม้ยวี่หมี่จะกินอย่างรีบร้อน
แต่หลังจากมันยัดหมูตุ๋นชิ้นมัน ๆ ที่น่ากินที่สุดสองสามชิ้นเข้าปาก เคี้ยวอยู่สองสามที
มันกลับไม่ได้กลืนลงไป!
กลับอาศัยจังหวะที่หันหน้า แอบคายชิ้นเนื้อออกมาใส่ฝ่ามือ
จากนั้นก็ทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ ห่อชิ้นเนื้อไว้ในใบข้าวโพดแห้งกรอบ
แล้วค่อย ๆ ซ่อนไว้ลึกเข้าไปในแขนเสื้อสีเขียวสดของตัวเอง
“กำลังทำอะไรอยู่?”
ยวี่หมี่ได้ยินเสียงนั้น
ก็ตกใจจนกิ่งไม้ที่ใช้แทนตะเกียบหลุดมือ ตกลงพื้นดังแปะ
ทั้งตัวหมอบคว่ำลงกับพื้นดินราวกับถูกไฟช็อต
สั่นไปทั้งตัวเหมือนลูกนกตกน้ำ
“นาย...นายท่าน โปรดไว้ชีวิตด้วย...”
“ยวี่หมี่ไม่ได้อู้งาน...ยวี่หมี่แค่...”
เถียนชิวสุ่ยเดินเข้าไปใกล้ แล้วขู่ภูตพืชตัวน้อย “พูดความจริงมา ไม่อย่างนั้นข้าจะบีบแก่นกำเนิดของเจ้าให้แตกเดี๋ยวนี้”
ภูตพืชตัวน้อยตกใจจนร้องไห้โฮ น้ำมูกน้ำตาเปรอะเต็มหน้าเหมือนเด็กเล็ก ๆ
ยวี่หมี่สั่นเทายื่นมือเล็ก ๆ ออกมา ล้วงใบข้าวโพดที่ห่อชิ้นเนื้อไว้ออกจากแขนเสื้อ
จากนั้นก็ชูขึ้นเหนือศีรษะ
“ยวี่หมี่ไม่ได้คิดจะขโมยของจริง ๆ...”
“เนื้อนี่หอมมาก ยวี่หมี่ไม่เคยกินของอร่อยขนาดนี้มาก่อน”
“ยวี่หมี่...ยวี่หมี่แค่อยากเอาของมัน ๆ ออกไปให้ได้กินนิดหน่อย”