เต่าพิทักษ์บึงแบกทุกคนถอยออกไปสิบกว่าจั้ง ก่อนหยุดตรงขอบหลุม เทียนอูถอยห่างออกไป เหยี่ยวสวรรค์หุบปีก ส่วนพยัคฆ์กับหมีต่างก็ถอยออกไปพร้อมกัน
ภายในหลุมลึก เหลือเพียงสองตน
ติงเยี่ยนก้าวลงไปหนึ่งก้าว
วินาทีถัดมา
รอบกายเขาพลันปะทุความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นเช่นกัน
ไอร้อนพวยพุ่งออกจากร่าง ทรายใต้ฝ่าเท้าค่อย ๆ แดงฉานขึ้นทีละนิ้ว ด้านหลังเขา กลางอากาศ ดวงตะวันดวงหนึ่งค่อย ๆ ลอยขึ้นมา
ดวงตะวันมีขนาดไม่ใหญ่ แค่เท่าหินโม่ ทว่าทันทีที่มันลอยขึ้น แสงสว่างทั่วทั้งหลุมลึกก็เปลี่ยนสีไป
ฟากหนึ่งคือเปลวเพลิงท่วมฟ้าของวัวพ่นฟ้า
อีกฟากคือดวงตะวันที่ลอยอยู่ด้านหลังติงเยี่ยน
พลังอันน่าสะพรึงกลัวทั้งสองสายปะทะกันกลางอากาศเหนือหลุมลึก
อากาศบิดเบี้ยวให้เห็นด้วยตาเปล่า ทรายที่กำแพงลมพัดเข้ามาชะงักกลางอากาศ ก่อนจะถูกพัดย้อนกลับไป แล้วหมุนวนรอบทั้งสองเป็นวง ๆ จนกลายเป็นเสาลมสายใหม่
บนขอบหลุม คางของหมีแยกปฐพีแทบจะร่วงลงมา
“นี่... นี่มันมนุษย์จริง ๆ หรือ...”
วัวพ่นฟ้าจ้องดวงตะวันนั้นอยู่สองอึดใจ
จากนั้นก็แหงนหน้าขึ้นหัวเราะลั่น
เสียงหัวเราะกระแทกผนังหลุม ดังก้องครืน ๆ
“ดี! ดี! ดี!!!”
“รับมือ!”
สิ้นเสียง ร่างสูงกว่าสามสิบเมตรก็เคลื่อนไหว
รวดเร็วเสียจนไม่น่าเชื่อว่าร่างนั้นจะใหญ่โตขนาดนี้
ก้าวเดียว พื้นก้นหลุมก็ยุบลงไปครึ่งฉื่อ
ดาบโค้งสองเล่มไขว้กันเหนือศีรษะ เปลวไฟบนใบดาบพลันลุกโชนขึ้น เส้นเพลิงโค้งสองสายแยกออกจากคมดาบ พุ่งฟันใส่ติงเยี่ยนจากซ้ายและขวาไขว้กัน
เปลวเพลิงสองสายโค้งดุจจันทร์เสี้ยว!
ติงเยี่ยนกลั้นหายใจ ตั้งสมาธิแน่วแน่
พลังเริ่มจากฝ่าเท้า ผ่านเอวและขา ก่อนอัดแน่นลงในขาข้างหนึ่งจนหมดสิ้น ด้านหลัง เงาช้างยักษ์สีเทาพร่าเลือนยกงวงขึ้น
