แสงสีฟ้าจางหายไป ติงเยี่ยนเซถลาไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะพิงเสาหินข้างกายแล้วไถลลงนั่งกับพื้น เงยหน้าหอบหายใจเฮือกใหญ่
เพดานเหนือ ลานเมฆา ยังคงส่องสว่างด้วยแสงที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน แสงนั้นแผ่คลุมทั่วอย่างสม่ำเสมอ ไม่แสบตา แต่เขากลับหรี่ตาอยู่นาน ภาพคลื่นโคลนที่ซัดกระหน่ำยังคงวูบไหวอยู่ตรงหน้า
กรงเล็บของผีเสื้อจิกคอเสื้อแน่น ปีกหุบเป็นเส้นบาง ๆ นิ่งสนิทไม่ขยับ
ผ่านไปพักใหญ่ กรงเล็บจึงค่อย ๆ คลายออกทีละนิด แล้วไต่ขึ้นไปบนไหล่ ปีกยังหุบอยู่และไม่ยอมบินไปไหน
เกือบได้ทิ้งชีวิตไว้ที่นั่นแล้ว
หัวใจเต้นกระแทกอกเป็นจังหวะ จนปลายนิ้วชาไปหมด
เขาแบมือออก ฝ่ามือเปื้อนโคลนที่แห้งจับตัวเป็นเปลือก พอกำมือ เศษโคลนก็ร่วงกราวลงมา
เมื่อหายใจเป็นปกติแล้ว เขาก็พิงเสาหินนั่งพักอยู่ครู่หนึ่ง
คำว่า ‘ตรวจพบปฏิกิริยาสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่พิเศษที่ยังไม่สามารถระบุชนิดได้’ ในข่าวกรองทางการ ตรงกับตัวที่เขาเจอแล้ว
ก็เต่ายักษ์ตัวนั้นนั่นแหละ
มันยกขาขึ้นเหยียบทีเดียว บึงทั้งผืนก็พลิกตลบจากฝั่งนี้ไปอีกฝั่ง
เสียงร้องโหยหวนเมื่อครู่น่าจะเป็นตัวล่อมันขึ้นมาจากก้นบึง
สิ่งมีชีวิตระดับนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับสมบัติล้ำค่า หรืออาจสูงกว่านั้น
ถ้าเจอเข้า ก็มีแต่ตาย
ยังมีชายร่างใหญ่สีเงินคนนั้นอีก
หัวขนาดมหึมาที่พุ่งเข้าใส่จากด้านหน้า เขาใช้แขนทั้งสองข้างยันเอาไว้ได้ตรง ๆ เท้าทั้งคู่ไถโคลนจนเป็นร่องลึกสองเส้น
ยิ่งคิดถึงร่างสีเงินนั่น ก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่น่าใช่พรสวรรค์
พรสวรรค์เป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นส่วนขยายของร่างกาย อย่าง【พลังงานเต็มเปี่ยม】ของเขาก็ใช่ มันเติบโตอยู่ในร่างกาย ไม่โอ้อวดให้ใครเห็น
