จากหมู่บ้านเฉินไปยังบ้านเดิมของหวังจินจูที่ตำบลหวัง ต้องเดินทางบนเส้นทางภูเขานานเกือบครึ่งชั่วยาม
ตลอดทาง เฉินเทียนรุ่นกับเฉินเทียนเวยก็เหมือนนกน้อยสองตัวที่เพิ่งออกจากกรง ร้องเจื้อยแจ้วไม่หยุดปาก พวกเขาวิ่งไล่จับผีเสื้อบ้าง ถามชื่อดอกไม้ป่าริมทางด้วยความสงสัยบ้าง
หวังจินจูตอบอย่างอดทน มองดูรอยยิ้มเปี่ยมสุขจากใจบนใบหน้าพวกเขา นางรู้สึกว่าการแย่งของขวัญกลับเยี่ยมบ้านมาได้ในวันนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดที่นางเคยทำ
แต่จริงๆแล้ว ในใจเด็กทั้งสองมิได้เบาสบายเหมือนที่แสดงออกมา พวกเขาคาดหวังจะไปบ้านพี่สะใภ้ใหญ่ แต่ก็กลัวไปแล้วจะเป็นที่น่ารังเกียจ
เฉินเทียนฟางถือของขวัญกลับเยี่ยมบ้าน เดินเงียบๆอยู่ท้ายสุด เขามองเงาร่างหนึ่งใหญ่สองเล็กเบื้องหน้า ฟังเสียงหัวเราะสดใส ก็อดทบทวนตนเองไม่ได้ ว่าก่อนหน้านี้ตนช่างอ่อนแอไร้ค่าเสียจริง รูปร่างสูงใหญ่เสียเปล่า
ยังดีที่จินจูมองเขา เอ่อ ไม่สิ เหตุใดจินจูไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องเข้าหอด้วยกันเลย! ดูท่าคงต้องให้เขาเป็นฝ่ายรุกแล้ว จินจูแม้จะเก่งกาจเพียงใด แท้จริงแล้วก็เป็นแค่สตรี
ขณะที่เฉินเทียนฟางกำลังคิดฟุ้งซ่าน กลิ่นหอมเนื้อเข้มข้นก็ลอยมาตามลม
เฉินเทียนรุ่นกับเฉินเทียนเวยสูดจมูกโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเป็นประกายวาววับ
“หอมจังเลย...” เฉินเทียนเวยพูดเสียงแผ่ว
“เป็นเนื้อ!” เฉินเทียนรุ่นพูดอย่างแน่ใจ น้ำแทบไหล
หวังจินจูยิ้มพลางลูบศีรษะเขา “อยากกินแล้วล่ะสิ? อีกสักครู่ให้กินจนหนำใจเลย!”
