“ใช่ เขาไม่ยอม” ฉันไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด
เถาเย่ไม่พูดอะไรอีก หลายวันต่อจากนั้นเธอแทบไม่คุยกับฉันเลย นอกจากบทสนทนาที่จำเป็นเกี่ยวกับงานแล้ว เวลาอื่นก็แทบทำเหมือนฉันเป็นอากาศ
ดีที่เธอยังแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้ เรื่องงานยังคงทุ่มเทเต็มที่ หลังเซ็นสัญญาสำเร็จ พวกเราก็ออกเดินทางกลับประเทศเอ็กซ์
สวีเฉิงหมินชมฉันกับเถาเย่ยกใหญ่ แต่ฉันกลับไม่ค่อยดีใจนัก พอคิดว่าหลังจากนี้ยังต้องทำงานเป็นเพื่อนร่วมงานกับเถาเย่ต่อไป ในใจก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา
แต่ก่อนจะเกิดความขัดแย้งชัดเจน ฉันจะไม่เป็นฝ่ายเปิดศึกก่อนเด็ดขาด
“จืออี้ เอาเอกสารชุดนี้ไปให้ฝ่ายการตลาดหน่อย ช่วงนี้บริษัทกำลังเตรียมลองทำการตลาดผ่านไลฟ์ออนไลน์ ช่องทางที่เธอเพิ่งเจรจามาได้ เอาไปประสานงานกับฝ่ายการตลาดด้วย ต้องเปิดตัวพร้อมกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ” สวีเฉิงหมินยื่นเอกสารชุดหนึ่งให้ฉัน
ฉันพยักหน้า ถือเอกสารไปยังฝ่ายการตลาด
พอไปถึง ฉันก็เห็นสาววัยรุ่นหน้าตาสะสวยอยู่หลายคน แต่งหน้าอย่างประณีต พอถามเพื่อนร่วมงานในฝ่ายการตลาดจึงรู้ว่าเป็นไลฟ์สตรีมเมอร์ที่แผนกนี้รับเข้ามา
บริษัทของเราเน้นผลิตเครื่องสำอาง ไม่เพียงมีแบรนด์ของตัวเอง แต่ยังมีช่องทางจำหน่ายของตัวเองด้วย หลังจากมีเคาน์เตอร์ในประเทศเอ็กซ์เกือบร้อยแห่งแล้ว สวีเฉิงหมินก็เตรียมพัฒนาช่องทางออนไลน์อย่างจริงจังด้วย
นี่ก็เป็นเป้าหมายหลักของบริษัทสาขาเช่นกัน
ฉันส่งเอกสารให้ผู้จัดการฝ่ายการตลาดแล้วเตรียมจะกลับ แต่กลับเห็นคนคุ้นหน้าคนหนึ่งเข้าโดยไม่คาดคิด
