“สหายอันซิ่ว พวกเราจะไปไท่หยวนจริง ๆ เหรอ?” เว่ยเหอซ่างถามพลางตรวจอุปกรณ์ น้ำเสียงเจือความตื่นเต้นและประหม่า
อันซิ่วกำลังยัดระเบิดซีโฟร์ใส่เป้ เจ้าสิ่งนี้ดูเหมือนดินน้ำมัน แต่มีอานุภาพมากพอจะระเบิดถนนไปครึ่งสายให้กระเด็นขึ้นฟ้า “ไปสิ! ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือ แล้วจะได้ลูกเสือมาได้ยังไง”
หวังสี่ขุยกำลังเช็ดปืนเอเค 47 กระบอกใหม่ที่เพิ่งได้รับอยู่ข้าง ๆ เขาลูบคลำมันอย่างรักใคร่ “สหายอันซิ่ว คราวนี้เราพกของดีมาเยอะขนาดนี้ พวกญี่ปุ่นเห็นแล้วไม่ฉี่ราดกันเลยหรือ?”
“ฉี่ราดแน่นอน” อันซิ่วยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่เป้าหมายของเราไม่ใช่ฆ่าพวกญี่ปุ่น คราวนี้เรามาก่อวินาศกรรม”
เธอซื้อเสื้อผ้าพลเรือนกับเอกสารประจำตัวปลอมอีกหลายชุดจากระบบ ในปี 1940 ของพวกนี้ทำได้ประณีตจนแทบไม่ต่างจากของจริง เพียงพอให้พวกเธอผ่านการตรวจสอบไปได้
หลี่อวิ๋นหลงมองอยู่ข้าง ๆ ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ “สหายอันซิ่ว เธอต้องระวังตัวให้ดีนะ ไท่หยวนมีพวกญี่ปุ่นเยอะยิ่งกว่ามด ถ้าพลาดนิดเดียวก็ถูกจับได้แล้ว”
“ผู้บังคับกองพันไม่ต้องห่วง” อันซิ่วตบอกตัวเอง “ข้อดีอย่างหนึ่งของฉันคือรู้จักอดทน ไม่ถึงคราวจำเป็นจริง ๆ จะไม่ปะทะซึ่งหน้าเด็ดขาด”
ที่จริงเธอวางแผนไว้อย่างละเอียดแล้ว ขั้นแรกไปหาพ่อค้าของเก่าที่เฉินเหวินเซวียนแนะนำ แล้วกว้านซื้อวัตถุโบราณมาแลกเป็น【เหรียญอนาคต】 จากนั้นค่อยอาศัยความมืดลอบเข้าไปก่อวินาศกรรมในคลังอาวุธ
“อ้อ นี่ของพวกคุณ” อันซิ่วหยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดกะทัดรัดออกมาหลายเครื่อง “นี่คือวิทยุสื่อสารจิ๋ว พกซ่อนได้มิดชิดกว่าเดิม ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ติดต่อกันทันที”
เว่ยเหอซ่างรับวิทยุสื่อสารไป พลางพลิกดูอย่างชื่นชอบ “ของนี่วิเศษจริง ๆ ล้ำหน้ากว่าวิทยุของพวกญี่ปุ่นเสียอีก”
“แน่นอนอยู่แล้ว” อันซิ่วพูดอย่างภาคภูมิใจ “พวกเราใช้เทคโนโลยีล่าสุดทั้งนั้น”
บ่ายสามโมง ทุกคนเปลี่ยนเป็นชุดพลเรือน ปลอมตัวเป็นพ่อค้าทั่วไป แล้วขึ้นรถม้าที่เฉินเหวินเซวียนจัดเตรียมไว้ มุ่งหน้าไปไท่หยวน
