คุณนายกู้ ท่านประธานสปอยล์คุณจนเป็นที่รัก

บทที่ 5 หมาตัวใหญ่ผู้น่าสงสาร

7 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 5 หมาตัวใหญ่ผู้น่าสงสาร

เมื่อเดือนก่อน จี้ชิงถังได้บอกเธออย่างชัดเจนแล้ว แต่ตัวเธอเองกลับไม่เชื่อ สือชีรู้ดีว่าจี้ชิงถังจะไม่โกหกเธอ เพียงแต่หลักฐานยังไม่มาถึงมือเท่านั้น

เธอไม่ยอมเชื่อ จี้ชิงถังจึงต้องเอาหลักฐานมาบีบให้เธอยอมรับ

ภายนอกดูเหมือนรับชมสิ่งเหล่านี้อย่างสงบ แต่ภายในใจกลับไร้ชีวิตชีวา แสงสว่างในตัวเธอดับลงสิ้น เทพเจ้าของเธอไม่ใช่เทพเจ้า แต่เป็นปีศาจจากนรก

ปลายนิ้วสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ จี้ชิงถังเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปกอดสือชี

ทั้งสองไม่พูดอะไรสักคำ ผ่านไปหลายนาที จี้ชิงถังก็ทนไม่ไหว "ชีชี ขอโทษนะ... ฉันมันว่างมากเกินไป รู้อย่างนี้ฉันไม่ไปสืบหาความจริงบ้าบออะไรนั้นหรอก ฉัน..."

สือชีเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ "ไม่ ถังถัง เธอทำถูกแล้ว และเธอก็พูดถูก ปีนั้นพวกเธอต่างก็เคยห้ามฉัน ฉันเองที่ถูกความรักบังตา

ส่วนกู้หานเซินยิ่งไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ตลอดมาฉันต่างหากที่อาศัยความรักของเขาทำตามอำเภอใจ และโยนความผิดให้เขา ทั้งหมดเป็นเพราะฉันเอง"

จี้ชิงถังมองสภาพสือชีแล้วรู้สึกว่ายังพอไหว เพราะเดือนก่อนก็ได้เตือนเธอไว้ล่วงหน้าแล้ว

"แล้ว... ชีชี ตอนนี้เธอจะทำยังไงต่อล่ะ? หลายปีมานี้เธอไม่ชอบกู้หานเซินเลยสักนิดเลยเหรอ สิ่งที่เขาทุ่มเทให้เธอมาตลอดฉันเห็นหมดนะ เธอจะทำเป็นมองไม่เห็นต่อไปไม่ได้แล้วนะ"

กู้หานเซิน... เมื่อเจ็ดปีก่อนเขาพรวดพราดเข้ามาในโลกของเธอ แต่กลับไม่กล้าก้าวเข้ามาใกล้กว่านั้น ได้แต่เก็บเธอไว้ในส่วนลึกของหัวใจอย่างเงียบ ๆ

บางที ถ้าไม่มีเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน ก็คงไม่มีการปรากฏตัวของมู่มู่ และตอนนี้สือชีอาจคิดหาวิธีหย่าขาดจากเขาไปนานแล้วก็ได้...

สือชีส่ายหน้า "ฉันไม่รู้ กู้หานเซินสำคัญกับฉันมาก แต่ถังถัง ความสำคัญนี้มันไม่เกี่ยวกับความรัก ฉันปฏิบัติต่อกู้หานเซินแย่มาก ฉันอยากดีกับเขามากกว่านี้ แล้วก็มู่มู่ ฉันอยากลองเป็นแม่ที่ดีก่อน"

จี้ชิงถังเห็นท่าทางของเธอก็รู้ว่า กู้หานเซินยังไม่มีหวัง

"พอแล้ว ๆ ไหนบอกว่าจะไปเดินห้างไม่ใช่เหรอ มีเรื่องอะไรที่การช้อปปิ้งช่วยไม่ได้ล่ะ ก็แค่ผู้ชายคนเดียว กบมีสามขายังหายาก แต่ผู้ชายสองขามีถมไป"

พอได้ยินแบบนี้ สือชีก็รู้ทันทีว่า จี้ชิงถังคงไปเจอแง่จากลู่ซิงเยี่ยอีกแล้ว

จี้ชิงถังชอบลู่ซิงเยี่ยมาตั้งหลายปี ใจทั้งใจมีแค่เขาเพียงคนเดียว ในที่สุดจี้ชิงถังก็สารภาพรัก ลู่ซิงเยี่ยก็ตอบตกลง แต่กลับไม่ยอมเปิดเผย ยังคงไปทำสวีทหวานแหววกับดาราสาวและนางแบบสาวคนอื่นต่อไป เหมือนเป็นรักลับ ๆ ยังไงอย่างนั้น

เรื่องนี้มีแค่สือชีกับฉินรั่วที่รู้

ความรักที่ต้องแบกไว้คนเดียว มันขมขื่นและเหนื่อยหน่าย เปรี้ยวปากและฝาดเฝื่อน ก็เพราะอย่างนี้ จี้ชิงถังถึงได้สงสารกู้หานเซินนักหนา คงเพราะเป็นคนร่วมชะตากรรมเดียวกัน

จี้ชิงถังจึงมองกู้หานเซินเป็นเหมือนเจ้าสาวน้อยแสนน้อยใจ แววตาที่มองสือชีก็เหมือนมองผู้ชายเจ้าชู้ พูดอย่างดุดันว่า "พวกผู้ชายนี่ไม่มีสักคนที่ดีเลย"

สือชี: "???" ฉันอยู่ไหน? ฉันเป็นใคร? เกิดอะไรขึ้น? แล้วก็ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงเหรอ?

ไปเดินที่ห้างสรรพสินค้าถึงร้านหรูสำหรับผู้ชายร้านหนึ่ง จี้ชิงถังฉุดกระชากสือชีเข้าไปข้างใน แล้วภายใต้สายตาจ้องทะลวงของจี้ชิงถัง สือชีก็เลือกเนกไทด์สีแดงเลือดหมูให้กู้หานเซินอย่างเงียบ

สือชีขอสาบานว่า แค่รู้สึกว่าเนกไทด์เส้นนี้สวยมากจริง ๆ ไม่ใช่เพราะมันเข้ากับสีชุดกระโปรงที่ตัวเองใส่อยู่เลยสักนิด

จี้ชิงถังเมื่อครู่ยังด่าลู่ซิงเยี่ยอยู่เลย ครู่ต่อมาก็กลับไปเลือกเสื้อผ้าให้ลู่ซิงเยี่ยต่อแล้ว เฮ้อ ผู้หญิง

เห็นจวนจะเที่ยงแล้ว รีบบอกลาจี้ชิงถัง บอกว่าจะไปกินข้าวกลางวันกับกู้หานเซิน

กว่าจะถึงตึกกู้ซื่อกรุ๊ปก็เกือบเที่ยงครึ่งแล้ว พอถึงชั้นล่างก็เจอผู้ช่วยเฉินกำลังเดินวนไปวนมาอยู่ที่โถงใหญ่ เมื่อเห็นสือชีตาก็เป็นประกาย แล้วรีบสาวเท้าก้าวยาว ๆ เข้ามา

สวรรค์เท่านั้นที่รู้ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนตัวเองถูกคุณกู้ส่งมาอยู่ที่นี่ ถ้าไม่ใช่เพราะตัวเองห้ามไว้ เกรงว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนี้อาจจะเป็นคุณกู้เองก็ได้

ครึ่งชั่วโมงนี้ยังไม่ให้คนอยู่เงียบ ๆ โทรศัพท์ข้อความเหมือนเร่งรัดเอาชีวิต คุณกู้นี่พอเจอเรื่องของคุณภรรยาทีไรก็ยิ่งหาทิศหาทางไม่เจอเลย

ถ้าคุณภรรยาไม่มา ผู้ช่วยเฉินรู้สึกว่าตัวเองอาจถูกส่งไปขุดเหมืองที่แอฟริกาใต้เดี๋ยวนี้แล้ว

"คุณภรรยา คุณกู้ให้ผมมารอคุณที่นี่ครับ คุณกู้รอคุณอยู่ในห้องทำงานครับ" ผู้ช่วยเฉินปาดเหงื่อบนหน้าผาก

"อืม ไปเถอะ" สือชีใส่แว่นกันแดด แววตาแฝงรอยยิ้ม

ผู้ช่วยเฉินพาสือชีขึ้นลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหารสูงสุด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สือชีมาที่นี่ ความทรงจำครั้งแรกไม่สวยงามเลย เรียกได้ว่าแย่มากด้วยซ้ำ

ตอนนั้นเธอเพิ่งแต่งงานกับกู้หานเซิน เธอเกลียดกู้หานเซิน และยึดมั่นว่าเรื่องของเซินจิ่งเจ๋อเป็นฝีมือของเขา ทั้งวันเอาแต่โมโหอาละวาด ปาข้าวของ แถมยังมาที่กู้ซื่อกรุ๊ปเพื่อทะเลาะกับกู้หานเซิน และก่อกวนจะหย่า

พนักงานต่างรู้ดีว่า คุณภรรยากู้อารมณ์ไม่ดี แต่คุณกู้กลับดีกับคุณภรรยามาก

แต่กู้หานเซินไม่เคยพูดอะไรสักคำ ปล่อยไว้เธอระเบิดอารมณ์ ต่อว่าเขาก็ได้ แต่ท่าทางแบบนั้นของเขากลับยิ่งทำให้สือชีโกรธมากขึ้น

คิดถึงตรงนี้ สือชีรู้สึกขมขื่นเล็กน้อย เมื่อครู่ที่ชั้นล่างหลายคนเห็นเธอแล้ว สีหน้าพวกนั้นเหมือนกับเห็นยมบาลยังไงอย่างนั้น พวกเขาคงคิดว่าเธอมาทะเลาะกับกู้หานเซินอีกแน่

ยังไม่ทันที่สือชีจะคิดมากไปกว่านี้ ชั้นบนสุดก็มาถึง ผู้ช่วยเฉินรีบรู้จังหวะหลบออกไป ล้อเล่นรึ ถ้าขืนอยู่ตรงนี้ต่อไป เกรงว่าอีกสักพักแม้แต่ตำแหน่งขุดเหมืองที่แอฟริกาใต้ก็ยังไม่มีเลย

สือชีค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไป ก็เห็นกู้หานเซินนั่งขมวดคิ้วอยู่ที่โต๊ะทำงาน เหม่อลอย นิ้วมือสัมผัสอะไรบางอย่างอย่างเลื่อนลอย

สือชีก็พลันรู้สึกว่า ทั่วทั้งตัวของกู้หานเซินถูกปกคลุมด้วยความห่อเหี่ยวและสูญเสีย ใจเธอกระตุกวูบอย่างบอกไม่ถูก แต่สือชีกลับไม่ทันได้สังเกต

กู้หานเซินกำลังคิดอะไรอยู่? ถึงกับไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่อยู่ในดวงใจปรากฏตัวแล้ว คิดว่าชีชีของเขาทำไมยังไม่มา คิดว่าเธอจะหลอกเขาอีกแล้วหรือไม่ สิ่งที่เขาต้องการไม่มากเลย แค่ขอให้ชีชีอย่าจากเขาไป ทำหน้านิ่งใส่ก็ไม่เป็นไร ขอเพียงยังอยู่ข้างกายเขา แค่นั้นก็พอ

ทนเห็นเขาอย่างนี้ไม่ไหว จึงส่งเสียง "กู้หานเซิน"

ชั่วขณะที่กู้หานเซินเห็นสือชี ดวงตาเหมือนเต็มไปด้วยดาราจักร เต็มเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนจับจ้องมองเธออย่างมุ่งมั่น ราวกับเห็นเพียงเธอคนเดียว สือชีไม่อยากสบตาเขาทุกครั้ง ก็เพราะกลัวจะจมน้ำตายในดาราจักรนี่แหละ

"อะไรกัน เมื่อกี้คิดอะไรอยู่ ได้ยินเสียงฉันเข้าประตูมาก็ไม่รู้ตัว? คงไม่ได้คิดว่าฉันหลอกคุณนะใช่ไหม คิดว่าฉันลืมแล้วล่ะสิ"

สือชีคิดชัดเจนแล้ว เธออยากอยู่กับกู้หานเซินอย่างดี ๆ แต่ก็ยังเปลี่ยนท่าทีกะทันหันไม่ได้ กู้หานเซินฉลาดนัก ถ้าผิดสังเกตคงเดาอะไรได้ แล้วเขาก็จะคิดมากอีก

"ชีชี ผม..." ถูกแทงใจดำ กู้หานเซินได้แต่ก้มหน้าลงอย่างอัดอั้น ในสายตาของสือชี ก็เหมือนหมาตัวหนึ่งที่ถูกเจ้าของทอดทิ้ง พอกลับมาเห็นเจ้าของอีกครั้งก็แสดงความน้อยใจออกมา

สือชีรู้สึกคันไม้คันมืออยากไปขยี้หัวกู้หานเซินเสียจริง แต่อาการเช่นนี้ไม่เหมาะกับสถานะปัจจุบันของทั้งสองเลยสักนิด เฮ้อ ช่างเถอะ ค่อยเป็นค่อยไป รีบร้อนไม่ได้

"ฉันกับถังถังไปเดินห้างเพลิน เลยมาช้า ก็บอกแล้วว่าจะมากินข้าวด้วยก็ต้องมา ถ้าคุณยังเป็นแบบนี้อีกฉันจะกลับแล้วนะ"

สือชีแค่ตั้งใจขู่กู้หานเซินเล่น ๆ ทำท่าจะเดินจากไป ใครจะรู้กู้หานเซินกลับคว้าต้นแขนสือชีไว้แน่น สือชีเสียหลักล้มลงในอ้อมอกที่อบอุ่นและแข็งแรง

กู้หานเซินกอดสือชีไว้แน่น "อย่า ชีชี ผมไม่ทำแบบนั้นแล้ว คุณอย่าไปนะ คุณบอกว่าจะมากินข้าวเที่ยงกับผมนี่"

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com

ความคิดเห็น

0/1,000 · ระบบจะเซ็นเซอร์คำไม่เหมาะสมอัตโนมัติ

ยังไม่มีความคิดเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นในตอนนี้