“ไม่มีเงิน เมื่อก่อนแกพาลูกแฝดมากินอยู่ที่บ้านเราฟรีหรือไง? เงินที่ฮั่วเสี่ยวส่งมาหมดไปตั้งนานแล้ว!”
จางกุ้ยหลานน่ะเป็นพวกข้าวของเข้าแล้วไม่ออก จะยอมคืนเงินให้เจียงเนี่ยนได้ยังไง
เจียงไหลฝูพอได้ยินเจียงเนี่ยนเรียกร้องเงิน ก็กระโดดพรวดขึ้นมาทันที “เด็กเวร แกโตมาเพราะพวกเราเลี้ยงดู แกไม่สำนึกบุญคุณ กลับคิดจะมาขู่พวกเรา โตแล้วกล้าแข็งข้อ อยากตายนักใช่ไหม?”
เจียงฉางฟู่ลูกชายก็เดินมารัวหมัดจะต่อยเจียงเนี่ยนเหมือนกัน
“ไอ้ตัวขายไม่ออก พ่อกับแม่เลี้ยงแกมาจนโต แกคลอดลูกก็อยู่กินที่บ้านแม่สามีตลอด ตอนนี้ข้าวยากหมากแพง แกยังกล้ามาขอเงินพ่อกับแม่อีก ไปให้พ้น รีบไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้!”
หมัดของเขายังไม่ทันถึงตัวเจียงเนี่ยน เจียงเนี่ยนก็ยกเท้าถีบเข่าเขาก่อน พอเขาทรุดลงกับพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว เธอก็ลงมือปลดแขนสองข้างของเขาหมดในสามกระบวนท่า
ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์อย่างเธอปลดแขนคนได้ไว แม่น และโหด
ความเจ็บปวดจากการหลุดทำให้เจียงฉางฟู่ร้องโหยหวนเหมือนหมูถูกเชือด แต่ขยับตัวไม่ได้
เจียงไหลฝูกับภรรยาเห็นดังนั้นก็ใจจะขาด นี่มันลูกชายสุดที่รักของพวกเขานะ
“ฟ้าผ่าเอ๊ย! แกกล้าทำให้น้องชายกระดูกหัก ฉันจะตีแกให้ตาย อีเวรตะไล!”
ตาแก่สองคนคนหนึ่งคว้าไม้คาน อีกคนคว้าเก้าอี้ฟาดใส่เจียงเนี่ยน
ส่วนหยวนจินเฟิ่งก็หยิบกรรไกรมาแทงเจียงเนี่ยน
“อีโง่ แกมาอาศัยบ้านแม่กินฟรีแล้วยังตีพี่น้องตัวเองอีก ฉันไม่ยกโทษให้แกหรอก!”
ตอนนี้เธอเชื่อคำพูดของเจียงฉางฟู่แล้ว ว่าเขากับอีโง่นี่ไม่ได้มีอะไรกัน ไม่อย่างนั้นเจียงเนี่ยนคงไม่ลงมือตีเจียงฉางฟู่ถึงตายขนาดนี้
แต่ละคนหน้าตาถมึงทึง หมายจะเอาชีวิตเจียงเนี่ยนให้ตาย
“หึ ดูซิว่าใครจะตายก่อน!”
เจียงเนี่ยนไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย ส่งลูกเตะกวาดใส่ ทำให้พวกนั้นกลิ้งกับพื้น แล้วยังกระทืบอกพวกเขาอีกหลายที
แล้วก็ปลดแขนทั้งครอบครัวนี้จนหลุดหมด
ทั้งห้องมีแต่เสียงร้องครวญคราง
เจียงเนี่ยนเหยียบข้อเท้าจางกุ้ยหลานแล้วบิดขยี้เพื่อสอบสวน
“หลายปีมานี้แกซ่อนเงินที่ฮั่วเสี่ยวส่งมาไว้ไหน? รีบบอกมา ไม่งั้นฉันจะให้พวกแกเจ็บกว่านี้ร้อยเท่า!”
“ไม่ได้ซ่อนเงิน หลายปีมานี้เงินที่เขาส่งมาก็หมดแล้ว ไม่เหลือสักบาท”
จางกุ้ยหลานเป็นคนงกเงินมาแต่ไหนแต่ไร ยอมตายไม่ยอมเสียเงิน ถึงตอนนี้จะเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใดก็ไม่ยอมปริปากว่าเงินอยู่ที่ไหน
เจียงเนี่ยนถามไม่ได้ความ ก็เดินไปล้วงกระเป๋าพวกนั้นทีละคน ทำให้พวกเขาโมโหแทบกระอักเลือด
จางกุ้ยหลานตะโกนด่าไม่เลือกหน้า “ไอ้เวรตะไล แกโดนผีเข้าหรือไง ถึงกล้ามาตบตีพ่อแม่แถมยังขโมยเงินพวกเรา!”
เจียงเนี่ยนหัวเราะเย็น “ฉันเอาเงินที่สามีส่งมากลับคืน จะเรียกว่าขโมยได้ยังไง พวกแกต่างหากที่กินอยู่ใช้เงินของเขามาหลายปี เอาเปรียบเขาแล้วยังคิดร้ายกับฉันอีก ขยะอย่างพวกแก รอติดคุกได้เลย!”
เจียงไหลฝูเห็นเจียงเนี่ยนเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ผิดนิสัยไป ก็เดาว่าเธอคงโดนผีเข้า
“มันต้องโดนผีเข้าแน่! ผีร้ายเข้าสิงหรือเปล่านะ?”
ปกติไอ้โง่นี่ถูกตีถูกด่าไม่เคยปริปาก
ขายมันยังช่วยนับเงินให้ เรียบร้อยแสนเชื่อง
อยู่ดีๆ ทำไมกลับเปลี่ยนไป
เหมือนนางยักษ์ ใจร้ายแถมแรงยังมหาศาล
ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่สบายใจ
ตะโกนออกไปข้างนอกเสียงดัง
“ช่วยด้วย! เร็วเข้าช่วยด้วย! เจียงเนี่ยนบ้านเราเป็นบ้าแล้ว! เร็วมาช่วยพวกเรา——”
แต่เสียงของเขาไม่มีใครได้ยิน
แถวนี้บ้านแต่ละหลังมีรั้วรอบ บ้านตระกูลเจียงยังมีรั้วบ้านตัวเอง
เพื่อนบ้านที่ใกล้สุดคือตระกูลอู๋
เมื่อสองสามวันก่อนยังเพิ่งทะเลาะกันเพราะจางกุ้ยหลานปีนกำแพงไปขโมยไข่พวกเขาอยู่เลย ถึงตอนนี้จะได้ยินเสียงร้องโหยหวนจากบ้านตระกูลเจียงก็ไม่มีใครอยากยุ่ง
แต่จะดีกว่าไหมถ้ามีคนเดินผ่านมา เจียงเนี่ยนเลยจัดการปลดคางพวกปีศาจตระกูลเจียงอย่างรวดเร็ว แล้วถอดถุงเท้าพวกนั้นยัดปากอุดไว้
ผู้ร้ายสี่คนนี่ต้องอมถุงเท้าของตัวเองที่ไม่ได้ซักหลายวัน เหม็นจนแทบอาเจียน
ได้แต่ร้องอู้อี้อย่างน่าอับอาย
จ้องตาเขม็งใส่เจียงเนี่ยนด้วยความโกรธ
อยากใช้สายตาฆ่าเธอให้ตาย!
เจียงเนี่ยนกวาดตามองพวกนั้นอย่างเย็นชา เอาผ้าเช็ดมือ
แล้วก็กระทืบพวกเขาอีกหลายที
“จ้องอะไร? พวกแกทำเรื่องเลวร้ายกับฉัน แล้วจะไม่ให้ฉันลุกขึ้นมาเอาคืนบ้างหรือไง?”
“ฉันไม่ได้โดนผีเข้า แต่เพิ่งสำนึกได้ว่าหลายปีมานี้โดนพวกแกรังแกเกินพอแล้ว รอดูเถอะ ฉันจะส่งพวกแกเข้าคุกอีก!”
“จ้องอีก จะควักลูกตาแกทิ้ง!”
เจียงเนี่ยนแค่ทำมือขู่ พวกนั้นก็ตกใจหลับตาหมด ตัวสั่นงันงก
ขนาดเจียงเนี่ยนล้วงเงินจากตัวพวกเขายังไม่กล้าส่งเสียง
น่าเสียดายที่เจียงเนี่ยนค้นรอบเดียวได้แค่สามสิบกว่าหยวน
เงินก้อนใหญ่คงถูกซ่อนไว้
ความคิดแล่นปุ๊บ เธอไปค้นหาเงินในห้องของเจียงไหลฝูคู่สามีภรรยา และเจียงฉางฟู่คู่สามีภรรยาทันที
ค้นทั้งตู้เสื้อผ้าและลิ้นชักก็ไม่มีเงิน
หรือจะเอาไปแต่งเมียให้เจียงฉางฟู่จนหมด?
เจียงฉางฟู่คู่สามีภรรยาช่วงหลายปีใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายมาก สงสัยจะผลาญทรัพย์สินครอบครัวจนหมด
ยังดีที่เจียงเนี่ยนหาทะเบียนบ้านกับทะเบียนสมรสของเจ้าของร่างและฮั่วเสี่ยวเจอในลิ้นชักห้องจางกุ้ยหลาน
จะพาลูกหนีต้องเอาหลักฐานจำเป็นพวกนี้ไปด้วย
เจียงเนี่ยนรีบยัดใส่กระเป๋ากางเกง เสื้อผ้าสมัยนี้กระเป๋าใหญ่มาก ใส่ได้หมด
ต้องรีบพาลูกหนีออกไปจากที่นี่ กลัวพวกตระกูลเจียงจะตามมาฆ่า คนในหมู่บ้านช่วยแต่พวกพ้องไม่ฟังความ เธอไม่มีปืน สู้คนทั้งหมู่บ้านแค่ลำพังคงไม่ไหว
เจียงเนี่ยนกำลังจะออกไป ก็นึกขึ้นได้ว่าในหนังสือเคยเขียนว่าจางกุ้ยหลานชอบฝังเงินไว้ใต้เตียง
งั้นก็ลองหาดูอีกที
มีเงินถึงจะหนีไปได้ไกล
เจียงเนี่ยนก็มุดลงใต้เตียง และก็เห็นก้อนอิฐที่มีรอยเคยถูกงัดอยู่หลายก้อน
ดีใจขึ้นมาทันใด รีบงัดก้อนอิฐออก เห็นไหใส่เงินซ่อนอยู่
เจียงเนี่ยนหยิบออกมา เปิดฝาไห ข้างในแน่นไปด้วยแบงก์สิบ แบงก์ห้า และแบงก์หนึ่ง
กะคร่าวๆ หลายร้อยหยวน
พอเธอหยิบเงินออกมาหมด ก็เอาขวดใส่กลับที่เดิม เอาก้อนอิฐปิดไว้
จากนั้นรีบไปเก็บเสื้อผ้าตัวเองกับลูกสองคน
เจ้าของร่างมีแค่เสื้อผ้าขาดวิ่นสามชุด เต็มไปด้วยรอยปะแล้วปะอีก
ชุดของเด็กสองคนก็น้อยจนน่าสงสาร ซักจนสีซีด
เฮ้อ เจ้าของร่างแต่งกับสามีทหาร แต่กลับต้องทนทุกข์มาหลายปี แม้แต่ลูกก็พลอยลำบากไปด้วย
เจียงเนี่ยนเก็บเสื้อผ้าใส่ห่อ แล้วรีบไปหาลูกทั้งสอง
ที่อยู่ของเจ้าของร่างกับลูกสองคนคือหลังบ้านข้างเล้าหมู
เจียงไหลฝูกับภรรยาไม่ยอมให้เจ้าของร่างไปอยู่กับสามีที่ค่าย แต่พอเธอคลอดลูก กลับอ้างว่าถ้าคลอดที่บ้านแม่จะเป็นอัปมงคลแก่พี่น้อง ให้เธอกับลูกไปอยู่ข้างเล้าหมู สร้างเพิงหมาแหงน หน้าหนาวลมพัด หน้าฝนหลังคารั่ว
ถึงกระนั้น เจ้าของร่างก็ไม่ปริปากบ่น
ความกตัญญูโง่งมบางครั้งก็น่าสมเพช
ตอนนี้จวงจวง ลูกชายเจียงฉางฟู่กำลังรังแกลูกแฝดของเจ้าของร่างอยู่
ลูกชายเจ้าของร่างชื่อเจิงเจิง ลูกสาวชื่อฉู่ฉู่
สองชื่อเพราะๆ นี่เป็นชื่อที่เจ้าของร่างให้ปราชญ์เฒ่าในหมู่บ้านตั้งให้
ชื่อแม้จะเพราะ แต่ก็ต้องอยู่กับแม่ขี้ขลาดในวันทุกข์เข็ญที่สุด
กินไม่อิ่มนุ่งไม่พอ ตัวเล็กแค่นี้ก็ต้องทำงานในไร่
แต่ตากับยายไม่เคยมองพวกเขาด้วยสายตาดีๆ
เอาแต่ด่าว่าโง่บ้าง เซ่อบ้าง
จวงจวงเพิ่งสี่ขวบ อายุน้อยกว่าพี่ชายพี่สาวอีกครึ่งปี แต่รังแกพวกเขาไม่ไว้หน้า เอาไม้ฟืนจิ้มสองคนในกรงสุนัข
เมื่อกี้บังคับให้พวกเขามุดเข้ากรงหมา ตอนนี้ให้พวกเขาร้องเห่าเป็นหมา
หยอกพวกเขาเหมือนหมา
“เห่าเป็นหมาเร็ว ไม่งั้นฉันจะตีพวกแก!”
“นี่บ้านฉัน พวกแกไม่ฟังฉัน ฉันจะบอกตาให้ขายพวกแกวันนี้เลย!”
จวงจวงเป็นหลานของเจียงไหลฝู ทั้งบ้านรักยิ่งกว่าอะไรดี ของดีในบ้านทั้งกินทั้งใช้ป้อนให้เขาหมด ดังนั้นแม้เขาจะเพิ่งสี่ขวบ แต่ตัวก็สูงกว่าพี่ชายพี่สาวเกือบครึ่งหัว จ้ำม่ำเนื้อแน่น
ตรงข้าม เจิงเจิงกับฉู่ฉู่เพราะขาดสารอาหารมานาน ไม่เพียงแต่ผอมแห้งเหมือนโครงกระดูก แม้แต่ผมยังบางเหลือง
พี่น้องฝาแฝดเป็นไข้มาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว ตอนนี้นอนซบอยู่ในกรงสุนัข ดูจากสภาพน่าจะตายล่ะตายแหล่
แต่ก่อนตอนเด็ก กลางวันแม่ทำงานเลี้ยงดูพวกเขาไม่ได้ ตากับยายกลัวพวกเขาวิ่งเพ่นพ่าน ก็เอาไปขังในกรงสุนัขเป็นประจำ
แล้วยังเอามาเป็นของเล่นให้หลานชายสุดที่รัก
จวงจวงรังแกพี่ชายพี่สาวไม่ใช่ครั้งแรก ทำได้อย่างคล่องแคล่วเคยชิน
พี่น้องฝาแฝดถูกน้องผู้นี้รังแกหลายครั้ง พอเห็นไม้ฟืนในมือจวงจวง ก็ไม่กล้าขัดขืน ไม่ลังเลเลยที่จะร้องเห่าเป็นหมา
ยังดีกว่าถูกตี
ทุกครั้งที่ถูกตี แม่ก็ไม่เคยออกหน้าให้
ในใจแม่พวกเขา หลานชายจวงจวงสำคัญกว่าพวกเขา
ตากับยายชอบบอกแม่ว่าผู้หญิงแต่งงานแล้ว ลูกเกิดมาก็เป็นของคนอื่น มีแต่พวกพี่น้องของตัวเองกับหลานชายเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง ถึงตายก็ต้องให้หลานมาเข็นศพถึงจะได้ลงหลุม แม่นางนี่ก็เชื่อจนหมดใจ
ชีวิตที่ยากลำบากทำให้พวกเขาเป็นผู้ใหญ่เกินวัย เรียนรู้ที่จะอดทน เรียนรู้ที่จะยอมจำนน เพื่อจะมีชีวิตอยู่ให้นานขึ้น เผื่อว่าจะได้เจอพ่อ
บางที สักวันหนึ่งพ่อของพวกเขาอาจจะมารับพวกเขาออกจากรังหมาที่นี่ก็ได้
“โฮ่ง โฮ่ง…”
“เห่าให้ดังหน่อย ข้าไม่ได้ยิน” ไม้ฟืนของจวงจวงจิ้มเกือบถึงหน้าฉู่ฉู่แล้ว
ฉู่ฉู่ก็เลยต้องเปล่งเสียงเห่าสุดแรงเกิด
เจียงเนี่ยนมาถึงเห็นภาพนี้ หัวใจแทบสลาย
นี่มันบาปแท้ๆ!
เธอเดินปราดเข้าไปแย่งไม้ฟืนในมือจวงจวง แล้วก็ฟาดจวงจวงไม่ยั้ง
“อีเด็กเวร แกกล้าดียังไงมารังแกลูกฉัน!”
“เด็กมีพ่อมีแม่แต่ไม่ถูกอบรม!”
เจิงเจิงกับฉู่ฉู่เบิกตากว้างทันที
แม่กล้าตีจวงจวง?
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่แม่ปกป้องพวกเขา ตีจวงจวง?
ปกติแม่ดีกับจวงจวงมากกว่าพวกเขาเสียอีก
จวงจวงร้องโวยวาย “อ้ายเจียงเนี่ยน ไอ้ตัวขายไม่ออก แกกล้าตีฉัน ฉันจะบอกตาให้ไล่แกออกไปเดี๋ยวนี้!”
เจียงเนี่ยนอุ้มเขาเหมือนจับลูกเจี๊ยบ “ไอ้เด็กเวร แกรังแกลูกฉัน ฉันตีแกก็เพื่อให้แกรู้รสชาติการถูกตีบ้าง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน!”
จวงจวงยังไม่กลัว ยังด่าป้าตัวเองต่อ “อีโง่ แกยังไม่รู้ใช่ไหม ว่าอีกไม่นานตากับยายจะขายแกให้ไอ้บ้าตระกูลจ้าวหมู่บ้านข้างๆ!”
“แล้วก็จะขายเจิงเจิงกับฉู่ฉู่ ลูกขี้ข้าของแกด้วย”
“ตากับยายบอกแล้วว่า ขายพวกแก ก็จะมีเงินซื้อเสื้อใหม่ให้ฉัน!”
“……”
ได้ยินดังนั้น เจิงเจิงกับฉู่ฉู่ตาแดงขึ้นมาทันที น้ำตาก้อนโตไหลร่วงอาบแก้ม
เมื่อกี้พวกเขาถูกจวงจวงรังแก แม่ไม่มาช่วย พวกเขายังไม่ร้องไห้
เพราะก่อนหน้านี้ถูกจวงจวงรังแก แม่ก็จะบอกให้อดทน บอกว่าจวงจวงยังเด็ก พวกเขามาอาศัยบ้านตาอยู่ต้องว่าง่าย ต้องยอมน้อง
ตอนนี้ได้ยินว่าทั้งครอบครัวจะถูกขายเพื่อซื้อเสื้อใหม่ให้จวงจวง สุดท้ายก็ร้องไห้ออกมา
ตามองแม่ด้วยน้ำตาคลอหน่วย
“แม่ ขายพวกเราจริงๆ หรือ?”
เจียงเนี่ยนใจหาย ปลอบลูกอย่างรวดเร็ว “ลูกรัก ไม่ต้องกังวล เราจะไม่ถูกขาย ใครก็ไม่มีสิทธิ์ขายเรา ตั้งแต่วันนี้ไป แม่จะปกป้องลูกให้ดี และแม่ก็มีความสามารถปกป้องพวกเรา!”
ได้ยินแม่เรียกลูกรัก สองพี่น้องก็หยุดร้องไห้ทันที
แม่เรียกพวกเขาว่าลูกรักเป็นครั้งแรกเลย
ก่อนหน้านี้แม่รังเกียจพวกเขาในบางครั้ง
บอกว่าพ่อใจร้าย ไม่มารับพวกเขาไปมีความสุข
ด่าพ่อว่าเนรคุณ
ทุกครั้งที่แม่โดนตากับยายด่า ก็จะมาระบายกับพวกเขา
ด่าพวกเขาว่ามีพ่อเป็นเฉินซื่อเหม่ย
แล้วยังขู่ว่าถ้าไม่เชื่อฟังจะขายพวกเขาทิ้ง
ตอนนี้มาเรียกว่าลูกรักแล้ว ยังตีจวงจวงที่รังแกพวกเขาอีก แสดงว่าแม่รักพวกเขาจริงๆ แล้วใช่ไหม?
เจียงเนี่ยนบิดหูจวงจวง
“ไอ้เด็กเวร ฉันบอกแกให้รู้เลย ว่าจะขายเรา ฝันไปเถอะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ให้ครอบครัวพวกแกอยู่ดีกินดีอีก!”
“เจียงเนี่ยน เดี๋ยวฉันจะบอกตายายพ่อแม่ ให้พวกเขาขายไอ้ตัวร้ายอย่างแกวันนี้เลย ให้พวกแกตายดีไม่มีทาง…” จวงจวงยังพูดจาหยาบคายไม่หยุด
เขาเป็นจอมเผด็จการประจำบ้าน ไม่เคยรู้จักคำว่ากลัว
เจียงเนี่ยนทำให้เขาสลบตรงนั้น แล้วอุ้มไปที่ข้างกรงสุนัข
เจิงเจิงกับฉู่ฉู่เห็นแม่จัดการจวงจวงเด็ดขาด ก็ตกใจอีกครั้ง
แม่วันนี้โคตรเจ๋ง!
เจียงเนี่ยนอุ้มลูกทั้งสองออกจากกรงสุนัขทันที ร่างบางเบาเบาหวิว แทบไม่มีน้ำหนัก
เห็นหน้าและหูของพวกเขาแดงก่ำ หัวใจก็ถูกบีบรัด
ในเมื่อเธอมาสวมบทเป็นเจ้าของร่าง ตั้งแต่วันนี้ไป เธอคือแม่แท้ๆ ของเด็กๆ
ต้องทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดี
พลิกชะตากรรมที่แสนน่าเศร้าของพวกเขา
เจียงเนี่ยนแรงมาก อุ้มคนละข้าง เดินเร็วผ่านเรือน ตั้งใจจะพาพวกเขาไปรักษาที่สถานีอนามัย
ตอนผ่านห้องโถง เจิงเจิงกับฉู่ฉู่เห็นตากับยายกับลุงกับป้านอนครวญครางอยู่บนพื้น แถมยังมองพวกเขาด้วยสายตาอาฆาต
สายตานั่นราวกับจะกลืนกินแม่ลูกสามคนทั้งเป็น
“แม่ พวกเขาเป็นอะไร?” เจิงเจิงถามเสียงอ่อน
“พวกนั้นจะขายเรา แม่เลยสั่งสอนพวกเขาซะ แม่จะพาพวกเราหนีออกจากถ้ำหมาป่านี่”
เจียงเนี่ยนใช้ความทรงจำของเจ้าของร่าง วิ่งจู๊ดไปทางสถานีอนามัยของหมู่บ้าน