ยามค่ำ มู่ชิงหานนั่งอยู่ในห้องโถง
บนโต๊ะมีกล่องไม้ใบเล็กวางอยู่ สิ่งของข้างในไม่ได้อยู่ในกล่อง หากอยู่บนข้อมือของเซินถัง ตั้งแต่แรกเธออ้างว่าข้อมือบวมไม่ยุบ จึงเก็บมันไว้
มู่ชิงหานมองกล่องเปล่า เงียบไปเนิ่นนาน
หลายวันมานี้เขาเอาแต่คิดเรื่องหนึ่ง
แปลงผักผืนนั้นมีความสำคัญกับเธอมาก พอแปลงผักถูกทำลาย เธอก็ป่วยเพราะกลัดกลุ้ม พอฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่ทำก็คือสร้างสวนผักขึ้นใหม่
แต่เขาคุยเรื่องเกษตรศาสตร์กับเธอไม่ได้ เขาไม่รู้เรื่องพวกนั้น
แล้วเขาจะทำอะไรให้เธอได้บ้าง? ทำอย่างไรถึงจะทำให้เธอมีความสุข?
เขานึกย้อนถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวันของทั้งคู่ทีละฉาก เธอทั้งใจดีและขยันก้าวหน้า ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องไหนที่เขาช่วยเธอได้เลย
เธอเองก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขา...
นอกจากของชิ้นหนึ่ง...กำไลหยกที่เธอแกล้งทำเป็นข้อมือบวมตอนพบกันครั้งแรก แล้วดื้อไม่ยอมคืน
เธอชอบกำไลวงนั้นมากจริง ๆ
ชอบถึงขั้นยอมพูดว่า “ข้อมือบวมไม่ยุบ” เพื่อจะได้ไม่ต้องคืน
ชอบถึงขั้นยอมอยู่ข้างทหารพิการที่ไม่รู้จักมักคุ้นกัน เพื่อเก็บกำไลวงนั้นไว้
เขาไม่รู้ว่าเหตุใดเธอถึงเห็นค่าของสิ่งนี้นัก แต่เขาอยากมอบมันให้เธอ
ไม่เกี่ยวกับคำมั่นเรื่องแต่งงาน ไม่เกี่ยวกับตระกูลเซิน ไม่เกี่ยวกับการตอบแทนบุญคุณ
เขาแค่อยากให้เธอมีความสุข แม้จะเทียบไม่ได้กับประกายในดวงตาของเธอตอนที่ลู่เหยี่ยนจือช่วยปลอบใจ
ถึงจะเป็นเพียงประกายเล็กน้อย แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เขามอบให้ เดิมทีเขาคิดว่าจะหาโอกาสเหมาะ ๆ
อย่างตอนที่เธอหายดี
หรือยามเย็นวันหนึ่งที่พระอาทิตย์ตกสวย ๆ หรือระหว่างสอนการบ้าน ตอนที่เธอขยับเข้ามาใกล้แล้วเรียกเขาว่าพี่ชิงหานอีกครั้ง—
