“ถ้าอย่างนั้นพวกหนูสองคนก็คุยกันตามสบาย ทำตัวเหมือนอยู่บ้านตัวเองเลย พรุ่งนี้ให้เนี่ยนฉือพาไปเดินเที่ยว ไปชมกำแพงเมืองจีนกัน”
พูดจบ เซี่ยหว่านหรูก็ขึ้นไปชั้นบน
“พี่คะ แม่ของพี่ใจดีจัง” เซินเหยากระซิบบอกเนี่ยนฉือ น้ำเสียงเจือแววอิจฉาอยู่เล็กน้อย
ความอิจฉาของเธอไม่ใช่เรื่องเสแสร้ง
ครอบครัวข้าราชการระดับสูงในเมืองหลวง ฐานะทางสังคมที่ชวนให้คนอิจฉา บ้านสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงหนังสือที่เรียงรายอยู่บนชั้น
ถ้าเธอเป็นลูกสาวของตระกูลกู้จริง ๆ ก็คงดีไม่น้อย
พ่อแม่ตระกูลเซินดีกับเธอเหมือนกัน แต่เทียบกับที่นี่ไม่ได้
ตระกูลจ้าวก็เทียบไม่ได้ ต่อให้ไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้น ผู้จัดการโรงงานเครื่องจักรในภาคตะวันตกเฉียงเหนือจะเทียบกับครอบครัวในหน่วยงานส่วนกลางของเมืองหลวงได้อย่างไร?
ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
คนเราย่อมมุ่งสู่ที่สูง เซินเหยาเข้าใจหลักการนี้มาตั้งแต่เด็ก ต่อให้เธอไม่ได้เป็นแบบนั้น เธอก็จะปีนป่ายขึ้นไปให้ได้
นิ้วมือของเซินเหยากำเข้าหากันเบา ๆ บนหัวเข่า ก่อนจะคลายออก
หลังกินข้าว เธอก็อาสาช่วยล้างจาน
“พี่จาง ให้ฉันทำเองค่ะ ที่บ้านฉันช่วยแม่ทำงานอยู่บ่อย ๆ!”
“โธ่ ไม่ต้องหรอก ๆ—”
“แม่บอกว่ามาบ้านคนอื่นต้องรู้จักช่วยงาน พี่วางใจเถอะค่ะ ฉันถนัดล้างจานที่สุดแล้ว!”
พี่จางห้ามเธอไม่อยู่ จึงได้แต่หันไปมองเซี่ยหว่านหรู
เซี่ยหว่านหรูพยักหน้า “เซินเหยาเป็นเด็กดี ให้เธอช่วยเถอะ”
อีกด้านหนึ่ง เซินถังก็มาถึงพร้อมกับมู่ชิงหานแล้ว
เธอก้าวตามมู่ชิงหานผ่านประตูบานใหญ่ที่ทาด้วยสีชาด
ต้นทับทิม ถนนปูด้วยแผ่นหินสีเขียว
ทุกสิ่งล้วนแสดงให้เห็นถึงรากฐานอันมั่งคั่งของตระกูลมู่ ทว่าความสนใจทั้งหมดของเธอกลับจดจ่ออยู่กับชุดข้อมูลในหัว
