เซินถังเห็นเขาพูดขึ้นมาดื้อ ๆ ว่ามีเรื่องจะคุยด้วย นึกว่าเป็นเรื่องสำคัญอะไรเสียอีก ไม่นึกเลยว่าจะเป็นประโยคแบบนี้ จึงตั้งตัวไม่ทันไปชั่วขณะ “หือ? คุณพูดว่าอะไรนะ?”
“ผมบอกว่า” มู่ชิงหานเอ่ย “คุณใส่ใจมาก”
เขาไม่ได้อธิบายว่าใส่ใจเรื่องไหนกันแน่ ระหว่างการเลี้ยงกุ้งเพื่อเข้าแข่งขัน หรือการช่วยลู่เหยี่ยนจือ
พูดจบก็ยกถ้วยชาขึ้น สายตาเบนออกจากใบหน้าของเธอ
เซินถังมองเสี้ยวหน้าของเขา
แสงอาทิตย์ยามเย็นขีดเส้นแบ่งระหว่างแสงกับเงาตามแนวกรามของเขา จนมองสีหน้าไม่ค่อยชัดนัก
ใจบุรุษดั่งเข็มใต้สมุทร เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“แน่นอนว่าต้องใส่ใจสิ” เธอตอบ “นี่เป็นเรื่องจริงจังนะ”
“ดี ใส่ใจแล้วก็ทำให้ดี” มู่ชิงหานวางถ้วยชาลง กระทบโต๊ะเบา ๆ หนึ่งที “ส่วนเอกสารสมัครแข่งขัน พวกคุณเตรียมกันเอง ข้อมูลผลผลิต ปริมาณโปรตีน รายงานตรวจคุณภาพน้ำ ใช้รูปแบบเดียวกับรายงานที่ส่งให้ผู้บัญชาการซูคราวก่อน ผมรับผิดชอบแค่จดหมายแนะนำ”
“ได้ งั้นฉันไปเตรียมเอกสารก่อน” เซินถังลุกขึ้น
“แล้วก็—”
เธอชะงักฝีเท้า
มู่ชิงหานมองเธอ
“ในเอกสารสมัครแข่งขันมีรายงานตรวจคุณภาพอยู่ข้อหนึ่ง” เขากล่าว “ถ้าใช้เส้นทางเขตทหาร ก็ตรวจที่ห้องปฏิบัติการของกองทัพได้ น่าเชื่อถือกว่าของสถาบันวิจัยเกษตรศาสตร์”
เซินถังชะงักไปเล็กน้อย
“ห้องปฏิบัติการของกองทัพเหรอ?”
“ด้านหลังโรงพยาบาลเขตทหารมีศูนย์ตรวจวิเคราะห์ของกองทัพ” มู่ชิงหานกล่าว “หลัก ๆ ตรวจความปลอดภัยของอาหารกับยา ออกรายงานวิเคราะห์ส่วนประกอบเนื้อกุ้งให้ฐานเพาะเลี้ยงกุ้งได้ อยู่ในขอบเขตงานของพวกเขา”
เขามองเซินถัง
“รายงานจากห้องปฏิบัติการของกองทัพมีน้ำหนักกว่าห้องปฏิบัติการท้องถิ่นที่ไหน ๆ ถ้ามีหลักประกันนี้ ก็เข้าร่วมแข่งขันได้โดยลดขั้นตอนตรวจสอบหลายอย่าง ไม่ต้องเจอคนปัดความรับผิดชอบหรือโยนงานกันไปมา ต่อให้มีใครคิดจะตั้งข้อสงสัย ก็เท่ากับตั้งข้อสงสัยต่อกองทัพ คงต้องคิดให้ดีก่อน”
