“คุณนำกำลังไปที่โรงงานเครื่องจักร ภารกิจหลักมีสามข้อ—” มู่ชิงหานยกนิ้วขึ้นสามนิ้ว แล้วพับลงทีละนิ้ว “ข้อแรก สนับสนุนหน่วยดับเพลิงของโรงงานควบคุมเพลิง ป้องกันการระเบิดซ้ำ ข้อสอง ร่วมมือค้นหาและช่วยเหลือคนงานที่ถูกฝังอยู่ ข้อสาม ปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ และเก็บรักษาซากกับชิ้นส่วนบริเวณจุดศูนย์กลางของการระเบิดให้ดี อีกไม่นานคณะสอบสวนจากมณฑลก็จะมาถึง”
“รับทราบ!”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเฉินจื้อหย่วนด้วยสายตาเคร่งขรึม
“จำไว้ ช่วยคนเป็นอันดับแรก แต่ห้ามบุ่มบ่าม โครงสร้างซากปรักหักพังไม่มั่นคง ก่อนเข้าไปต้องประเมินจุดรับน้ำหนักและค้ำยันให้แน่ใจว่าปลอดภัยก่อนลงมือ ฉันไม่อยากเห็นเรื่องแบบครั้งก่อนเกิดขึ้นอีก”
ครั้งก่อน...หัวใจเฉินจื้อหย่วนกระตุกวูบ ครั้งก่อนที่เขาบุ่มบ่ามก็คือตัวเขาเอง
“เข้าใจหรือยัง?”
“เข้าใจแล้วครับ!” เฉินจื้อหย่วนยืดหลังตรง น้ำเสียงดังกว่าปกติ พูดจบก็หันหลังนำกำลังออกเดินทาง เสียงรองเท้าทหารย่ำลงบนพื้นเป็นจังหวะพร้อมเพรียง ค่อย ๆ ห่างออกไป
มู่ชิงหานมองตามแผ่นหลังของเขา มือกำที่วางแขนรถเข็นแน่นขึ้นเล็กน้อย
“ไปโรงพยาบาล” เขาบอกทหารสื่อสารที่เข็นรถเข็นให้
ทั้งสองเพิ่งเดินมาถึงประตูเรือน—
“เซินถัง!”
เสียงเรียกที่หอบเล็กน้อยดังมาจากด้านนอก
ลู่เหยี่ยนจือยืนอยู่ตรงประตู สีหน้าไม่ค่อยดีนัก บนหน้าผากมีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เขาเพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูเขตบ้านพัก ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น
“เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกี้เสียงนั่น—”
“โรงงานเครื่องจักรระเบิด” เซินถังตอบ “พวกเราจะไปโรงพยาบาล”
สีหน้าลู่เหยี่ยนจือชะงักค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบพูดว่า “ฉันไปด้วย ฉันช่วยยกคนเจ็บได้!”
มู่ชิงหานขมวดคิ้ว มีคนเพิ่มอีกหนึ่งคนก็เท่ากับมีกำลังเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแรง ตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวใส่ใจเรื่องเล็กน้อย
