เซินถังกับลู่เหยี่ยนจือแยกกันไปคนละทาง
ลู่เหยี่ยนจือไปหากู้เนี่ยนฉือที่บ้านตระกูลกู้ ส่วนเซินถังมุ่งหน้าไปทะเลสือช่า
เก้าโมงกว่าในตอนเช้า ตรอกทะเลสือช่า
เมื่อเซินถังเดินมาถึงปากตรอก ก็เห็นโจวกุ้ยฟางอยู่แต่ไกล
เธอยืนพิงกรอบประตูอยู่หน้าลานบ้าน
ใบหน้าซีดเผือด มีเหงื่อเม็ดเล็กผุดบนหน้าผาก มือข้างหนึ่งกุมหน้าอก หายใจหอบถี่
รอบข้างไม่มีใครเลย
เซินถังเร่งฝีเท้าทันที
“คุณป้าคะ!”
เธอรีบเข้าไปประคองแขนโจวกุ้ยฟาง พอปลายนิ้วสัมผัสข้อมือก็รับรู้ได้ถึงชีพจรที่แผ่วเบา เต้นเร็วแต่ไร้กำลัง
“เป็นอะไรหรือคะ เวียนหัวหรือเปล่า?”
ริมฝีปากของโจวกุ้ยฟางเริ่มคล้ำ เธอพยักหน้า กว่าจะเอ่ยปากได้ก็ลำบาก
“ตอนเช้า…พอตื่นขึ้นมาก็เวียนหัว…เลยอยากออกมา…สูดอากาศ…”
เซินถังใช้มือข้างหนึ่งประคองเอว อีกข้างพยุงข้อศอกของเธอไว้
“ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ เข้าบ้านก่อน”
เธอประคองกึ่งลากโจวกุ้ยฟางเข้าไปในลานบ้าน
ประตูรั้วเปิดค้างอยู่
“แม่!”
เสียงร้องด้วยความตกใจดังมาจากในบ้าน
โจวอันถือชามโจ๊กวิ่งออกมาจากห้องโถง พอเห็นเซินถังประคองแม่ไว้ ชามในมือก็แทบหลุด
เซินถังรีบบอกว่า “คุณป้าเวียนหัวค่ะ รีบจัดเตียงให้เรียบร้อยเร็ว”
โจวอันตอบสนองไวมาก วางชามลงบนโต๊ะแล้วหันหลังวิ่งเข้าไปในห้องด้านในทันที
เซินถังประคองโจวกุ้ยฟางเข้าไปในห้องโถง แล้วให้เธอนอนตะแคงบนเตียง
“คุณป้าคะ ฉันพอมีความรู้เรื่องการแพทย์อยู่บ้าง ไม่ต้องกลัวนะคะ ขอฉันตรวจดูก่อน”
โจวกุ้ยฟางไม่มีแรงจะปฏิเสธแล้ว จึงพยักหน้าเบา ๆ
เซินถังวางนิ้วสามนิ้วลงจับชีพจร ชีพจรเต้นแผ่วและเร็ว พลังหัวใจพร่อง
เลือดลมไม่พอแล้ว
พอตรวจลิ้นก็พบว่าลิ้นซีด ฝ้าขาว ใบหน้าซีดขาวไร้ชีวิตชีวา
