ตอนที่ 1 ทะลุมิติเข้าสู่โลกนิยาย! หนุ่มที่คุยออนไลน์ด้วยจะมาเจอตัวแล้ว แต่รูปนั้นเป็นของเพื่อนรัก
ตี๊ง ตี๊ง ตี๊ง——
นาฬิกาปลุกในมือถือดังไม่หยุด เสียงแหลมบาดหูและดื้อรั้นไม่ยอมเงียบ เซี่ยรั่วรู้สึกปวดหัวขึ้นมา ทำไมรู้สึกว่าเสียงมันดังอยู่ข้างหูตัวเองจัง? แต่นี่ไม่ใช่ริงโทนนาฬิกาปลุกของเธอเสียหน่อย
“รั่วรั่ว ปิดนาฬิกาปลุกทีสิ… ดังมานานแล้วนะ เช้านี้เราไม่มีเรียนนี่นา”
เสียงเด็กสาวที่ฟังดูเกียจคร้านและยังงัวเงียอยู่ดังมาจากเตียงข้าง ๆ น้ำเสียงนุ่มนวลและพร่าเพราะพึ่งตื่นนอน
เซี่ยรั่วยังงัวเงีย คลำหาไปทั่วบริเวณหมอน จนนิ้วแตะถูกมือถือ ก็กดปุ่มเปิดปิดตามความคุ้นเคย ในที่สุดนาฬิกาปลุกก็หยุด
เดี๋ยวนะ
เธอหลับตาลง คิ้วค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน
เมื่อกี้คนนั้นพูดว่าอะไรนะ? ไม่มีเรียน? เหมือนอยู่ในโรงเรียนเลย? ตัวเองยังฝันอยู่รึเปล่า? ฝันว่าย้อนกลับไปสมัยเรียนมหาวิทยาลัยงั้นเหรอ?
เธอจำได้ชัดเจนว่าตัวเองกำลังทำงานล่วงเวลาที่ต้าหมี่กรุ๊ปในปักกิ่ง——
นับไม่ถ้วนแล้วว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่ทำงานล่วงเวลา จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์แก้แบบจนตาลาย
แล้วก็ฟุบลงไปบนโต๊ะทำงาน
หลังจากนั้น… ก็มีเสียงรถพยาบาล? หรือว่าไม่มีอะไรเลย?
เซี่ยรั่วลองหยิกแขนตัวเองเบา ๆ
ซี้ดด—— เจ็บจัง!
ไม่ได้ฝัน!
เธอเบิกตากว้างขึ้นมาทันที ดวงตารูปดอกท้อเบิกกว้าง ภาพที่เห็นทำเอาทั้งร่างแข็งทื่อ
เหนือหัวเป็นเพดานสีขาวนวล มีพวงไฟดาวห้อยระย้า ม่านกั้นเตียงสีชมพูอ่อนส่องแสงลอดผ่าน มองเห็นก้อนผ้าห่มที่พองอยู่บนเตียงอีกฟากได้ราง ๆ
ในอากาศมีกลิ่นน้ำยาซักผ้าหอม ๆ ผสมกลิ่นชานมเหลือค้างจากเมื่อคืน และกลิ่นสกินแคร์จาง ๆ เฉพาะตัวของห้องเด็กผู้หญิง
เธอดันตัวลุกขึ้นนั่ง เลิกม่านเตียงขึ้นมองออกไป
หอพักไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ตกแต่งได้น่าอยู่ดี
เตียงสี่หลังแบบมีโต๊ะอยู่ด้านล่าง โต๊ะสีไม้มีโคมไฟและโน๊ตบุ๊คตั้งอยู่
ฝาผนังข้างโต๊ะมีตารางเรียนที่เขียนด้วยลายมือกับรูปถ่ายโพลารอยด์แปะไว้หลายใบ
ม่านกั้นเตียงสีต่างๆ แยกพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคนเป็นสัดส่วน——สีชมพู ฟ้าอ่อน เขียวถั่ว ครีมเงาขาว ราวกับเป็นโลกเล็กๆ สี่ใบ
ผ้าม่านหน้าต่างพิมพ์ลายดอกไม้ ถูกลมยามเช้าพัดกระเพื่อมเบา ๆ เผยให้เห็นฟ้าครามด้านนอก
บนพื้นมีรองเท้าแตะวางอยู่ไม่เรียบร้อยคู่หนึ่ง ข้าง ๆ มีกระเป๋าผ้าแคนวาสทรงใหญ่ ปากกระเป๋าเปิดอ้าอยู่ เห็นลิปสติกแท่งหนึ่งกับกระดาษทิชชู่ครึ่งห่อโผล่ออกมา
ประตูระเบียงปิดไม่สนิท เสื้อผ้าที่ตากไว้แกว่งไปมาในสายลมแผ่ว ๆ
นี่มัน… หอพักมหาวิทยาลัยนี่นา
เซี่ยรั่วก้มมองดูที่นอนของตัวเอง หรือจะเรียกว่าที่นอนของเจ้าของร่างก็ตาม
แทบจะเป็นลมเลยทีเดียว
ปลายเตียงมีถุงช้อปปิ้งกองอยู่หลายใบ โลโก้ล้วนเป็นยี่ห้อที่เธอเคยเห็นแต่ในนิตยสาร
ข้างหมอนมีลิปสติกกระจัดกระจายอยู่สามสี่แท่ง เป็นของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ล่าสุดทั้งนั้น
กระเป๋าชาเนลใบหนึ่งตะแคงอยู่ตรงมุมผ้านวม ปากกระเป๋าเปิดอยู่ เห็นซองใส่การ์ดกับแป้งตลับรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นอยู่ข้างใน
แม้แต่ผ้าปูที่นอนยังเป็นผ้าไหมแท้ ลูบดูแล้วลื่นมือดี เธอเคยเห็นแต่ในไลฟ์ลดราคาใหญ่ แต่ราคาทำเธอเลื่อนผ่านไปทันที
นี่ไม่ใช่ของที่เด็กมหาวิทยาลัยคนหนึ่งควรจะมี
ติ๊งต่อง——
มือถือในมือสั่นสะเทือนครู่หนึ่ง
เซี่ยรั่วยกขึ้นมองอย่างงง ๆ มือถือปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้าทันที ข้อความจากวีแชทเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
ชื่อที่เซฟไว้มีเพียงตัวอักษรเดียว: ศูนย์
ศูนย์: 【จะกลับประเทศสัปดาห์หน้าแล้ว เราเจอกันสักหน่อยไหมครับ ที่รัก】
เธอจ้องสองคำ "ที่รัก" นั่น แล้วรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เจอกัน? นี่ใครกัน?
ทันใดนั้น อาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้าใส่
ราวกับมีคนยัดสายยางตรงเข้าที่สมอง หมุนวาล์วทะลวงปรี้ด——ความทรงจำที่ไม่ได้เป็นของเธอมากมายมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาเหมือนน้ำป่า
เซี่ยรั่วรีบคว้าไม้กั้นเตียงไว้ ข้อนิ้วกำแน่นจนซีดขาว
ชิบหายแล้ว
เธอทะลุมิติเข้าสู่โลกนิยาย
เธอชื่อเซี่ยรั่ว ในโลกความจริงคือพนักงานออฟฟิศของต้าหมี่กรุ๊ปที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ หลังจากทำงานล่วงเวลาเป็นครั้งที่ 999+ ก็ฟุบหมดสติอยู่บนโต๊ะทำงาน
พอลืมตาขึ้นอีกที ก็พบว่าตัวเองทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายรักโรแมนติกเรื่องนั้นที่เพิ่งอ่านจบตอนแอบอ่านในเวลางาน
และคนที่เธอสิงร่างด้วย ก็ชื่อเซี่ยรั่วเหมือนกัน เป็นนักศึกษาปีสามคณะนาฏศิลป์ มหาวิทยาลัย A
ร่างนี้มีดวงตาสุนัขจิ้งจอกที่ดึงดูดใจ หางตาชี้ขึ้นเล็กน้อย เวลามองคนก็จะดูมีเสน่ห์ออกมาเองสามส่วน
ส่วนสูง 168 โครงร่างบาง แต่เอวกลับเว้าโค้งอย่างสวยงาม เป็นความงามที่กระจ่างใสและเย้ายวนใจ
แต่นิสัยของเจ้าของร่างเดิมไม่เข้ากับใบหน้านี้เลย——เธอเป็นเด็กหาเลี้ยง
เจ้าของร่างเดิมรู้ตั้งแต่เด็กว่าตัวเองหน้าตาดี แต่ก็รู้ว่าดีแบบ "ไม่สุภาพเรียบร้อย"——นี่เป็นคำพูดของแม่เธอ
แม่เธอเป็นแม่บ้านของตระกูลหลิน ทั้งชีวิตประจบประแจงไม่กล้าแสดงออก มักคิดว่าดวงตาของลูกสาวเย้ายวนเกินไป ไม่ใช่สิ่งที่หญิงดีพึงมี
ฟังคำแบบนี้มาก ๆ เจ้าของร่างเดิมก็ฝังใจ: หน้าตาของเธอไร้ค่า เว้นเสียแต่จะนำไปเกาะเกี่ยวกับคนรวย
ดังนั้นเธอจึงเริ่มหาปลาบนโลกโซเชียล
หลังจากศึกษาอย่างจริงจังอยู่สองเดือน เธอยังถึงขั้นฝึกฝนทักษะการแยกแยะเศรษฐีของจริงกับของปลอม——ดูรูปวงจรในโซเชียลต้องไม่ดูแค่รถ ต้องดูว่ามีที่จอดประจำไหม
ดูร้านอาหารต้องไม่ดูแค่การจัดจาน ต้องดูอายุของไวน์บนโต๊ะ ดูนาฬิกาต้องไม่ดูแค่ยี่ห้อ ต้องดูว่าเป็นรุ่นลิมิเต็ดหรือไม่
เธอค้นคว้าสิ่งเหล่านี้ราวกับทำงานวิชาการ จดลงสมุดบันทึกอย่างหนาแน่น
แล้วเธอก็จับผู้สืบทอดของโจวซื่อกรุ๊ปได้——โจวซือเหยียน
แน่นอน เธอไม่รู้ว่านั่นคือโจวซือเหยียน
เธอรู้แค่ว่าคนนั้นในแอปโซเชียล รูปเป็นภาพเงาจากด้านข้างที่ใส่หมวกแก๊ป มองไม่เห็นหน้าชัดเจน ประวัติส่วนตัวก็เขียนไว้สั้น ๆ
แต่เรื่องราวชีวิตประจำวันที่ส่งออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ ไม่ใช่สนามม้าส่วนตัวก็คลับกอล์ฟ แม้แต่รูปกาแฟที่ถ่ายเล่น ๆ แก้วรองแก้วที่โผล่ออกมาตรงมุมโต๊ะยังเป็นของแอร์เมส
เธอรู้ว่าตัวเองจับปลาใหญ่ได้แล้ว
แต่เธอก็มีความลับที่ร้ายแรงอย่างหนึ่ง: เธอใช้รูปของเพื่อนรักหลินหว่านจื่อ
เจ้าของร่างเดิมรู้ดีว่าใบหน้าตัวเองไม่มีข้อได้เปรียบในตลาดเศรษฐี
เธอศึกษาอยู่สองเดือนจึงได้รู้ว่า พรรคพวกเศรษฐีชั้นยอดพวกนั้น ผู้หญิงที่อยู่ข้างกายไม่ใช่แบบประจบประแจง ก็เกรงกลัวพวกเขา กลับกัน ยิ่งมีท่าทีระแวดระวังต่อความงามแบบเย้ายวนนี้
พวกเขาชอบแบบใสซื่อ สะอาด ดูไม่มีพิษภัยอะไรเสียมากกว่า ถ้าออดอ้อนเป็นอีกนิดด้วย ก็กลายเป็นอาวุธสังหารเลยทีเดียว
เจ้าของร่างเดิมมองใบหน้าของตัวเองที่เหมือนจิ้งจอกสาวแล้ว ความรู้สึกต่ำต้อยในใจก็พลุ่งพล่านราวกับวัชพืช เธอไม่เชื่อว่าตัวเองจะชนะได้
เธอจึงคิดสับเปลี่ยนกับหลินหว่านจื่อ
หลินหว่านจื่อ เพื่อนรักที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ลูกสาวแม่บ้านของตระกูลหลินกับคุณหนูแห่งตระกูลหลิน——สถานะนี้มันเต็มไปด้วยความย้อนแย้ง
หลินหว่านจื่อสงบเสงี่ยมอ่อนโยน หน้าตาใสซื่อ เป็นประเภทที่ดูออกได้ทันทีว่าเป็นเด็กผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีจากครอบครัวร่ำรวย ไม่มีท่าทีก้าวร้าวหลงเหลืออยู่เลย
เจ้าของร่างเดิมรู้ตั้งแต่เด็กว่า เมื่อตัวเองยืนอยู่กับหลินหว่านจื่อ คนหนึ่งคือนางฟ้า อีกคนคือจิ้งจอกสาว
เธอเคยอิจฉา เคยเกลียด แต่ส่วนใหญ่แล้ว เธอเลือกที่จะใช้ประโยชน์
เธอเอารูปของหลินหว่านจื่อไปคุยกับผู้ชายที่ใช้ชื่อในแอปโซเชียลว่า "ศูนย์"
เธอใช้เวลาสองเดือนศึกษาความชอบของเขาอย่างละเอียด คุยเรื่องวรรณคดี ดนตรี และความรู้ประวัติศาสตร์ศิลปะที่ไม่ค่อยมีใครรู้ที่เธอค้นหาจากเน็ตสด ๆ
แล้วเธอก็พบว่า "ศูนย์" คนนี้ไม่สนใจเลยที่จะคุยเรื่องอะไรทั้งนั้น เขาสนใจแค่ว่าเธอจะออดอ้อน จะเอาใจ จะทำให้เขารู้สึกว่าเป็นที่ต้องการได้ไหม
เจ้าของร่างเดิมจึงเริ่มแสดง
"คุณพี่ วันนี้เรียนเหนื่อยจัง อยากให้ลูบหัวเล่นจังเลย~"
"เลิกเรียนตอนค่ำแล้ว ข้างนอกฝนตกด้วย หนาวจังเลย ชานมที่พี่ซื้อให้รอบที่แล้วหมดแล้วอ่ะ ฮือ ๆ อยากกินอีกแล้ว"
"พี่ยุ่งอยู่รึเปล่า ที่รักคิดถึงพี่นะ"
ข้อความทุกอันตามมาด้วยเงินโอน
ตอนแรกเป็นหลักพัน ต่อมาเป็นหลักหมื่น หลังจากนั้นเป็นหลักแสน
เจ้าของร่างเดิมไม่เคยปฏิเสธ รับไว้ทั้งหมด แล้วก็เอาไปซื้อกระเป๋า ซื้อเครื่องสำอาง ซื้อผ้าปูผ้าไหม ใช้ชีวิตให้ตัวเองกลายเป็นเหมือน "เด็กผู้หญิงที่ถูกเลี้ยง" อย่างที่เธอจินตนาการไว้
สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ "ศูนย์" คนนี้คือผู้สืบทอดเพียงผู้เดียวของโจวซื่อกรุ๊ป
ตอนจบของนิยายเป็นยังไงนะ?
ในคืนคริสต์มาสอีฟ โจวซือเหยียนตัดสินใจกลับประเทศกะทันหัน อยากเซอร์ไพรส์หลินหว่านจื่อที่เขาคุยออนไลน์ด้วยมาครึ่งปี
เขาให้ผู้ช่วยสืบที่อยู่ของฝ่ายหญิง ซื้อของขวัญใส่ท้ายรถจนเต็ม ขับรถไปหน้ามหาวิทยาลัย A ด้วยตัวเอง
แล้วเขาก็พบกับหลินหว่านจื่อตัวจริง——ใบหน้าที่ตรงกับในรูปทุกประการ
แต่ข้างกายเธอมีเด็กผู้หญิงที่ดูดีและยั่วยวนกว่าในรูปยืนอยู่ ทั้งสองคนยืนพูดคุยหัวเราะกันอยู่ที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย
เขาเดินเข้าไปหา พูดกับหลินหว่านจื่อว่า "ที่รัก ผมกลับมาแล้ว"