ทางด้านนี้ หลังถูกถงเยว่ดุด่า เซี่ยรุ่ยก็หลบอยู่ในห้อง ไม่ยอมออกมา
อารองกับอาสามจึงฉวยโอกาสชวนถงเยว่คุย
อาสามยิ้มถามว่า “เยว่เยว่ ตอนนี้ยังโสดอยู่ใช่ไหม? ฉันรู้จักคุณครูคนหนึ่ง ลูกชายของเขาก็กำลังมองหาแฟนอยู่เหมือนกัน ให้ฉันแนะนำให้พวกเธอรู้จักกันไหม?”
อาสามทำงานเป็นครูอยู่ที่โรงเรียน ส่วนลูกชายคนโตเป็นโปรแกรมเมอร์ มีเงินเดือนเดือนละสองสามหมื่น
ถงเยว่เปิดฝาขวดน้ำแร่ที่ซื้อมา แล้วยกขึ้นดื่มอึกหนึ่ง
ก่อนจะยิ้มจาง ๆ ให้ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ตอนนี้ฉันแต่งงานแล้ว”
อารองกับอาสามต่างชะงัก ปฏิกิริยาแรกของพวกเขาคือไม่เชื่อ
อารองกลอกตาอย่างเย็นชา
“จริงเหรอ? เป็นไปไม่ได้มั้ง”
อาสามถูกปฏิเสธก็ไม่พอใจเช่นกัน
มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเยาะเย้ย
ถงเยว่เหลือบมองทั้งคู่ ก่อนจะเบนสายตากลับมา ไม่อยากสนใจพวกเขาและขี้เกียจอธิบาย
เดิมทีเธอไม่อยากบอก แต่เพื่อปิดปากเหม็น ๆ ของพวกเขา ก็ไม่มีทางเลือก
อาสามหน้าเสีย แต่ยังไม่ยอมแพ้ “ถงเยว่ พวกเราก็รู้จักกันทั้งนั้น เธอไม่ต้องโกหกฉันหรอก สภาพเธอตอนนี้ไม่มีงานทำ แถมครอบครัวก็ล้มละลายแล้ว จะไปหาแฟนได้ยังไง?
เพื่อนฉันก็เป็นครู ลูกชายเขาดีมากนะ ถ้าเธอแต่งเข้าไปก็สบายแล้ว”
น้ำในปากถงเยว่แทบพุ่งออกมา
อาสามขมวดคิ้ว นี่มันทำหน้าอะไร?
หรือที่เธอพูดไม่ใช่เรื่องจริง?
อารองเองก็มีสีหน้าเหยียดหยาม หน้าตาดีแล้วมีประโยชน์อะไร
ไม่มีเงิน ไม่มีพื้นเพ แค่มีคนยอมเอาก็นับว่าโชคดีแล้ว
ถงเยว่วางมือบนโต๊ะ เคาะเบา ๆ ก่อนพูดกับอาสามอย่างจริงจังว่า “คุณอาคะ ฉันขอบอกอย่างเป็นทางการอีกครั้งว่าฉันแต่งงานแล้ว ไม่ต้องแนะนำใครให้ค่ะ”
