“จิ่งเฉินจ๊ะ ทำงานเหนื่อยไหม พวกเรารอเธออยู่ที่บ้านตั้งนานแล้วนะ”
ป้าหลี่ก็ยิ้มแย้มเดินเข้าไปหา
แววตาเปี่ยมไปด้วยความรักของแม่
เธอเองยังอดทึ่งในฝีมือการแสดงของตัวเองไม่ได้ แอบชื่นชมตัวเองอยู่ในใจ
เฮ่อจิ่งเฉินกวาดตามองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร
จากนั้นก็เดินตรงไปหาถงเยว่
เขาพูดไม่ออกอยู่บ้าง เสื้อผ้าที่ป้าหลี่กับลุงหลี่ใส่นี่มันอะไรกันเนี่ย?!
เขาเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีรายได้เดือนละ 30,000 พ่อแม่กลับแต่งตัวแบบนี้ ช่างพูดไม่ออกจริง ๆ!
คืนนี้ต้องถามคุณปู่ให้รู้เรื่องว่าทำไมถึงไม่ให้พวกเขาใส่เสื้อผ้าดี ๆ มาสักหน่อย
ถงเยว่รู้สึกประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันนะ?
เฮ่อจิ่งเฉินปฏิบัติต่อพ่อแม่ของเขาเย็นชาขนาดนี้ ไม่ทักทาย ไม่เรียกพวกท่านด้วยซ้ำ
หลังจากเฮ่อจิ่งเฉินลงจากรถ เขาก็สนใจแต่เธอ พอเห็นสีหน้าหม่นหมองจึงถามเสียงอ่อนโยนว่า “เป็นอะไรไป เหนื่อยหรือเปล่า”
ถงเยว่ส่ายหน้า
คิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กลืนความสงสัยที่เก็บไว้ในใจลงไป
เธอคิดว่าอาจเป็นเพราะเฮ่อจิ่งเฉินทำงานมาทั้งวันจนเหนื่อยเกินไป
แต่ละครอบครัวก็มีวิธีอยู่ร่วมกันในแบบของตัวเอง เธอควรเคารพพวกเขา
เมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่ต่างก็ยิ้มแย้ม ไม่มีท่าทีเหมือนถูกทำให้น้อยใจ เธอจึงวางใจ
“ไปกันเถอะ” เฮ่อจิ่งเฉินเป็นฝ่ายจับมือเธอ สอดนิ้วประสานกัน ก่อนหันไปบอกป้าหลี่กับลุงหลี่ว่า “อีกไม่กี่ร้อยเมตรมีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่ง ผมจองห้องส่วนตัวไว้แล้ว พวกเราไปกันเลยครับ”
