ถงอวี้เหยานอนอยู่บนเตียงแคบ ๆ ในหอพัก ศีรษะหนักอึ้ง
เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดรอยแดงบนร่างกาย
เมื่อเห็นข้อความที่พี่สาวส่งมา น้ำตาก็ไหลพราก
เธอรู้สึกละอายใจที่ทำให้พี่สาวต้องเป็นห่วง
กลัวว่าพี่สาวจะกังวล เธอจึงตอบกลับไป
[พี่คะ เรามาสู้ไปด้วยกันนะ]
ถงเยว่ได้รับข้อความตอบกลับแล้วก็ยิ้มอย่างเข้าใจกัน ไม่ว่าจะอย่างไร น้องสาวก็เป็นพวกเดียวกับเธอ
ความลำบากเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว มองไปข้างหน้า ทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อย ๆ!
……
สองวันต่อมา เฮ่อจิ่งเฉินกับกู้หมิงนั่งเครื่องบินส่วนตัวกลับบ้าน
เฮ่อจิ่งเฉินดื่มด่ำกับความยินดีที่กำลังจะได้พบถงเยว่
แยกจากกันเพียงไม่กี่วัน ความคิดถึงในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรง
เขาแทบรอไม่ไหวที่จะได้พบถงเยว่
หลังลงจากเครื่องบิน ทั้งสองก็แยกย้ายกันไป
เฮ่อจิ่งเฉินเปลี่ยนจากชุดสูทราคาแพงกับรองเท้าหนัง มาใส่เสื้อผ้าธรรมดา
แม้จะเป็นเสื้อผ้าธรรมดา แต่ก็ยังปิดบังรัศมีภูมิฐานที่แผ่ออกมาจากตัวเขาไม่ได้
ใกล้จะถึงบ้านแล้ว เฮ่อจิ่งเฉินยืนอยู่ชั้นล่าง เงยหน้ามองชั้น 3
ภายในบ้านสว่างไสวด้วยแสงไฟสีอุ่น
เขาไม่เคยคิดเลยว่าบ้านเช่าจะกลายเป็นสถานที่อบอุ่นที่สุดในหัวใจ
เขาเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดมาหยุดหน้าประตูห้อง เสียงผัดกับข้าวดังลอดออกมาจากด้านใน
หยิบกุญแจออกมาแล้วค่อย ๆ เปิดประตู
กลิ่นหอมของเนื้อลอยมาแตะจมูก
เขาถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าไปอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าตามเสียงไปยังห้องครัว
ถงเยว่กำลังตั้งใจสับไส้เกี๊ยว ในหม้อก็ตุ๋นซี่โครงหมูอยู่
เธอสวมเสื้อไหมพรมบางสีแดงอมชมพู ยิ่งขับผิวให้ขาวราวหิมะ
ผ้ากันเปื้อนสีขาวผูกไว้รอบคออย่างหลวม ๆ
สายตาของเฮ่อจิ่งเฉินไล่จากบนลงล่าง ก่อนจะหยุดอยู่ที่เอวคอดบางของเธอ เขามองจนเคลิ้มไป
