ทั้งสองคนยันประตูไว้ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอย
ถงเยว่รู้ดีว่าหากไม่พูดให้ชัด หลัวฟางหลินคงมาหาเรื่องทุกวัน นอกจากจะทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อนแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบถึงเฮ่อจิ่งเฉินด้วย
คิดได้ดังนั้น เธอก็พลันปล่อยมือ หลัวฟางหลินไม่ทันระวัง ร่างจึงพุ่งไปกระแทกประตูตามแรงเหวี่ยง
เธอยกมือกุมหน้าผากที่ถูกชนจนแดง น้ำเสียงแหลมสูงขึ้น
“เธอบ้าไปแล้วหรือไง ถงเยว่! ใครให้ความกล้ามาเนี่ย ถึงกับกล้าไปอาละวาดถึงบ้านฉัน!
อย่าคิดว่าตอนนี้มีคนหนุนหลังแล้วจะทำอะไรก็ได้ตามใจนะ ฉันบอกไว้เลยว่าเธอมันก็แค่ขยะ! ขยะที่ไม่มีใครต้องการ!”
ถงเยว่ผลักประตูเปิดออกเต็มแรง ก่อนพิงกรอบประตูแล้วกอดอก
เธอมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ถ้าเธอกลับมาช้ากว่านี้อีกสักสองสามวัน แม่เธอคงคลอดน้องชายให้แล้วล่ะ เธอยังไม่รู้หรือว่าแม่เธอแอบมั่วกับผู้ชายคนอื่นในห้องนอนของเธอ? เรื่องเพิ่งเกิดเมื่อไม่กี่วันก่อนเอง”
หลัวฟางหลินทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ
พอตั้งสติได้ เธอก็กรีดร้องแล้วพุ่งเข้าใส่ “ถงเยว่ เธอเกินไปแล้ว! แม่ฉันเป็นแม่บุญธรรมของเธอนะ ทำไมถึงพูดถึงแม่แบบนั้น! มิน่าคนอื่นถึงด่าว่าเธอเป็นตัวซวย ปากร้ายเกินไปแล้ว!”
ถงเยว่กัดฟัน แล้วเตะใส่ร่างที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่ปรานี
หัวเข่าของหลัวฟางหลินถูกเตะจนเซถอยไปหลายก้าว
ถงเยว่เดินเข้าไป ผลักไล่เธอจนจนมุมตรงกำแพงทางเดินอย่างแรง
“หลัวฟางหลิน ฉันบอกไว้เลยว่าที่นี่คือบ้านฉัน! ก่อนหน้านี้เธอยึดบ้านฉันไปตั้งนาน ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอเลย!
เรื่องที่เธอเคยรังแกฉันในบ้าน ฉันจำได้ทุกอย่าง ฉันจะคิดบัญชีกับเธอทีละเรื่อง คอยดูให้ดี!”
