บทที่ 8 หน้าแดงเดือด! เธอกำลังใบ้อะไรอยู่หรือเปล่า?
เซี่ยรุ่ยด่าแล้วยังไม่หายโมโห จึงผลักถงเยว่อย่างแรงจนเธอเซเกือบยืนไม่อยู่
ถงเยว่กางแขนออกทันที ขวางเธอไว้ตรงหน้าประตู
คิดจะเข้ามาเหรอ ไม่มีทาง!
เซี่ยรุ่ยเดือดดาลจนแทบคลั่ง จ้องเธอเขม็งแล้วตวาดว่า “ถงเยว่ เมื่อก่อนเธอมาอาศัยบ้านเรากินฟรีอยู่ฟรีตั้งกี่ปี? นี่คือวิธีตอบแทนฉันหรือไง ถึงกับไม่ให้ฉันเข้าบ้านเลยงั้นเหรอ?”
ถ้าไม่พูดถึงก็ดีอยู่แล้ว แต่พอเอ่ยถึงเรื่องในอดีต ถงเยว่ก็แทบจะพังทลาย
เธอตะเบ็งเสียงด่ากลับ “ยังมีหน้ามาพูดถึงเรื่องเมื่อก่อนอีกเหรอ! ฉันตัดขาดกับพวกคุณไปนานแล้ว
ตามกฎหมายแล้ว พวกเราก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก ถ้าตอนนี้คุณกล้าเข้ามา ฉันจะแจ้งตำรวจว่าคุณบุกรุก!”
เซี่ยรุ่ยโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าถงเยว่พลางเยาะเย้ยถากถาง “เธอนี่มันเนรคุณจริง ๆ ถ้าไม่มีพวกเรา เธอคงตายในสถานสงเคราะห์ไปนานแล้ว!”
“ไสหัวออกไป!” ถงเยว่ผลักเธอออกไปเต็มแรง
“ฉันจะบอกให้ ตอนที่ฉันออกจากสถานสงเคราะห์ไปอยู่บ้านพวกคุณ ฉันนึกว่าจะได้มีครอบครัว ได้สัมผัสความอบอุ่นของครอบครัว แต่บ้านพวกคุณยังสู้สถานสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยซ้ำ!”
“อย่างน้อยตอนอยู่สถานสงเคราะห์ ฉันก็ได้กินอิ่ม มีเสื้อผ้าใส่อุ่น ๆ แถมยังไม่ต้องถูกคนดูถูก มีตรงไหนบ้างที่ไม่ดีกว่าบ้านพวกคุณ!”
เรื่องที่เธอเสียใจที่สุดในชีวิตนี้ก็คือการไปอยู่กับพ่อแม่บุญธรรม ชีวิตหกปีนั้นไม่ต่างจากตกนรก!
ตอนแรกที่เธอไปถึงบ้านพวกเขา สภาพความเป็นอยู่ยังดีอยู่
แต่ต่อมาเซี่ยรุ่ยติดเล่นไพ่นกกระจอกจนหมดตัว บ้านก็ยิ่งมีฐานะตกต่ำลงเรื่อย ๆ
ถงเยว่เองก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย!
เซี่ยรุ่ยด่าว่าเธอเป็นตัวกาลกิณี บอกว่าเพราะเธอเข้ามา บ้านถึงได้กลายเป็นแบบนี้
ตั้งแต่นั้นมา เด็กหญิงที่อายุยังไม่ถึง 14 ปีก็กลายเป็นคนรับใช้ในบ้าน อาหารทุกมื้อต้องทำเอง เสื้อผ้าทุกชิ้นก็ต้องซักเอง
