โจวเฉาหยางเห็นโจวชื่อซวินกับเซิ่งอันหนิง ก็รีบอุ้มกะละมังลุกขึ้น ปากยังเคี้ยวข้าวโพดคั่วตุ้ย ๆ ยิ้มแฉ่งเดินกลับมา
พอเดินมาถึงตรงหน้า เซิ่งอันหนิงก็ถามอย่างแปลกใจว่า “ทำไมมาถึงเช้าขนาดนี้ล่ะ”
โจวเฉาหยางเช็ดมุมปาก กลืนของในปากลงคอ ดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ “ฉันได้หยุดสองวัน วันนี้ยังไม่ทันฟ้าสางก็อาศัยรถคนอื่นมาที่นี่ เลยถึงเร็ว พอมาถึงแล้วไม่เจอพวกคุณอยู่บ้าน ก็เลยเดินเล่นแถวนี้ พอดีเจอคนทำข้าวโพดคั่ว เลยไปขอยืมกะละมังจากเจ้าของบ้านเช่ามา”
พูดจบก็ยัดกะละมังข้าวโพดคั่วให้เซิ่งอันหนิง แล้วหันไปยิ้มแฉ่งให้โจวชื่อซวิน “พี่ใหญ่ ฉันหยุดก็ไม่มีที่ไป คิดว่าบ้านพี่มีที่ว่าง ก็เลยอยากมาพักสักคืน ไหน ๆ ก็มาแล้วจะได้ซื้อของในเมืองด้วย พี่คงให้ฉันพักใช่ไหม”
เซิ่งอันหนิงอุ้มกะละมังไว้ พลางหัวเราะอย่างขบขันแล้วเรียกโจวเฉาหยางเข้าบ้าน “เธอนี่ไม่รู้จักเกรงใจเอาเสียเลย เรื่องแบบนี้ต้องมาถามฉันสิ ฉันต้องให้เธอพักอยู่แล้ว”
โจวเฉาหยางดีใจ รีบคล้องแขนเซิ่งอันหนิง “พี่สะใภ้ดีที่สุดเลย”
พอเดินตามเซิ่งอันหนิงเข้าบ้าน โจวเฉาหยางก็เริ่มบ่น “แม่กับพี่สาวกลับไปแล้ว เดิมทีฉันว่าจะมาส่งพวกเขา แต่ดันไม่มีวันหยุด ฉันยังคิดอยู่ว่าจะด่าพี่สาวให้สาสมสักหน่อย”
พูดจบก็รอจนโจวชื่อซวินเข้าบ้านและปิดประตู แล้วค่อยกระซิบอย่างลึกลับว่า “พี่ใหญ่ ฉันได้ยินที่ทำงานว่าจางจงอี้ฆ่าตัวตาย พี่รู้หรือยัง”
โจวชื่อซวินชะงักไปเล็กน้อย “ยังเลย”
เมื่อวานหลูฉางเฟิงมาหา ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ ดูท่าเขาคงยังไม่รู้เหมือนกัน
