เซิ่งอันหนิงได้สติ มองโจวชื่อซวินที่ยืนถือกล่องข้าวอยู่ข้างเตียง แล้วก็ตระหนักขึ้นมาอีกครั้งว่าเธอมาถึงโลกนี้แล้ว ส่วนจะกลับไปได้หรือไม่นั้นยังไม่มีใครรู้
ดังนั้นเธอต้องพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไป และใช้ชีวิตให้มีความสุขต่างหาก!
เธอขยี้ตา ก่อนยิ้มให้โจวชื่อซวิน “คุณวิ่งไปไกลขนาดนั้นเพื่อซื้ออาหารเช้าเลยเหรอ? ตอนเช้ากินอะไรง่าย ๆ ก็พอ ตอนนี้ฉันไม่เป็นไรแล้ว”
พูดพลางยกมือแตะหน้าผากตัวเองเพื่อยืนยันว่าไม่เป็นอะไรแล้ว
โจวชื่อซวินเห็นแววตาของเซิ่งอันหนิงกลับมามีประกายอีกครั้ง ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก วางกล่องข้าวลงบนโต๊ะ “คุณไปล้างหน้าล้างตาเถอะ โจ๊กใกล้เสร็จแล้ว ถ้ากินข้าวแล้วยังไม่สบาย ก็ลาหยุดไม่ต้องไปเรียน”
เซิ่งอันหนิงรีบพยักหน้า “ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันไปหาหมอขอยามากินหน่อย แล้วก็ขอลาพักด้วย”
หลังกินอาหารเช้า เซิ่งอันหนิงรู้สึกว่าทั้งแรงกายแรงใจกลับมาแล้ว เธอยังคงตัดสินใจลาครึ่งวัน เพื่อใช้เวลาทบทวนความฝันเมื่อคืนให้ดี
เธอไปโรงพยาบาลให้หมอสั่งยาแก้ไข้มาไม่กี่เม็ด แล้วไปลางาน พอกลับมากำลังจะปีนขึ้นเตียงไปนอนต่อ โจวชื่อซวินก็ถามว่า “อยากไปที่หนึ่งกับฉันไหม?”
เซิ่งอันหนิงรู้สึกสงสัย พอเห็นโจวชื่อซวินพูดอย่างจริงจัง เธอก็พยักหน้าโดยไม่ต้องคิด “ได้สิ พอดีฉันก็นอนไม่หลับอยู่แล้ว เราออกไปเดินเล่นกันไหม?”
โจวชื่อซวินพาเซิ่งอันหนิงมุ่งหน้าไปทางตะวันออกของเมืองอย่างเงียบ ๆ เดินไปได้ราวครึ่งชั่วโมง เส้นทางก็ยิ่งเปลี่ยวลงเรื่อย ๆ เซิ่งอันหนิงเริ่มสงสัยในใจ พอหันไปเห็นสีหน้าจริงจังของโจวชื่อซวิน จึงได้แต่กลืนคำถามที่กำลังจะหลุดจากปากกลับลงไป
