โจวเปยชิงไม่คิดเลยว่าเรื่องสำคัญอย่างการแต่งงานกับหูเหยาจง โจวหนานกวางจะบอกว่าไม่ยุ่งก็ไม่ยุ่งจริง ๆ ยังคงยุ่งอยู่กับลูกชายที่เพิ่งรับกลับมาเลี้ยงเหมือนเดิม
เธอเดินออกจากบ้านมาอย่างเหม่อลอย หูเหยาจงเข็นจักรยานรออยู่หน้าประตูใหญ่ พอเห็นโจวเปยชิงออกมาก็รีบเดินเข้าไปรับ วันนี้ก่อนออกจากบ้านเขายังตั้งใจใส่น้ำมันใส่ผมจนเงาวับ สวมรองเท้าหนังหัวต่อสามชิ้น ขัดด้วยยาขัดจนมันวาวสะท้อนแสง
“เปยชิง ผมมารับคุณไปดูหนัง ไปดูหนังกันเถอะ”
โจวเปยชิงมองหูเหยาจงด้วยสายตารังเกียจ “ใครให้คุณมา ฉันไม่อยากดูหนัง กลับไปเถอะ”
หูเหยาจงไม่โกรธ “เห็นคุณอารมณ์ไม่ดี ไปดูหนังด้วยกันให้สบายใจขึ้นเถอะ วางใจได้ ผมไม่เอาเปรียบคุณหรอก อีกอย่าง ถ้าผมจะทำอะไรคุณจริง ๆ คุณก็แค่ตะโกนว่าผมลวนลาม แล้วผมจะได้ดีอะไรขึ้นมาล่ะ”
โจวเปยชิงไม่พูดอะไร เพียงมองหูเหยาจงเงียบ ๆ
หูเหยาจงยิ้มประจบ “คุณอาโจวกับคุณป้าไปหลงเป่ยแล้วใช่ไหม ให้ผมไปเป็นเพื่อนคุณดีไหม ถ้าคุณมีความคิดอะไร ผมว่าพูดกับคุณอาโจวและคุณป้าไปตรง ๆ ก็พอแล้ว พวกเราหลอกพวกเขาด้วยการแสดงละครแบบนี้ไม่เหมาะหรอก”
“เปยชิง ถึงผมจะชอบคุณ แต่ผมไม่ทำเรื่องที่คุณไม่เต็มใจ ขอแค่คุณมีความสุข ต่อให้ต้องฝ่าดงมีดลุยทะเลเพลิงเพื่อคุณ ผมก็ยินดี”
เขาพูดคำหวานสารพัดเสียยืดยาว จนโจวเปยชิงหวั่นไหวขึ้นมาจริง ๆ อยากพาหูเหยาจงไปหลงเป่ยด้วย
แต่ในใจหูเหยาจงกลับมีความคิดที่ต่ำช้ายิ่งกว่านั้น แค่พ้นจากจิงเชิงไป เขาก็มีวิธีมากมายที่จะครอบครองโจวเปยชิง รอให้สาวงามผู้เย็นชาอย่างเธอกลายเป็นคนของเขาแล้ว คอยดูก็แล้วกันว่าเธอจะยอมเชื่อฟังแต่โดยดีหรือไม่
