เซิ่งอันหนิงเดินเข้าไปผลักโจวชื่อซวินเบา ๆ แล้วคว้ามือจงเหวินชิงมาร้องไห้ น้ำตาไหลเร็วเสียยิ่งกว่าหยอดยาหยอดตา “คุณเป็นแม่แท้ ๆ ของเขาจริงเหรอคะ? ฉันว่าแล้วว่าทำไมแม่สามีถึงไม่ดีกับเขา ตอนอายุเจ็ดแปดขวบไม่มีข้าวกิน พอเห็นว่าเขากินเยอะก็รังเกียจ ถึงกับทิ้งเขาไว้บนเขาให้หมาป่ากิน ยังดีที่เขาดวงแข็ง วิ่งหนีกลับมาได้”
“พออายุสิบเอ็ดสิบสอง ก็รังเกียจว่าที่บ้านมีคนกินเพิ่มอีกปาก หลอกเขาให้ไปเก็บมูลแกะบนเขา แล้วผลักเขาตกหน้าผา ยังดีที่มีคนใจดีช่วยไว้ถึงรอดตายมาได้ กว่าจะได้เข้ากองทัพก็ลำบากแทบแย่ สุดท้ายคนในบ้านนั้นกลับเห็นเขาเป็นเครื่องมือหาเงิน คิดจะสูบเลือดเขาจนหมดทุกหยด”
พูดพลางลุกขึ้นไปดึงแขนเสื้อของโจวชื่อซวิน ก่อนจะรั้งเสื้อขนสัตว์ด้านในออกมาให้ดู “คุณดูสิคะ เขาใช้ชีวิตแบบไหนกัน ฉันเป็นภรรยาแท้ ๆ ยังทนดูไม่ไหว เจ็บปวดใจแทบตาย แต่ก็ไม่มีสิทธิ์พูดอะไร ฮือ ๆ ๆ…”
เธอร้องไห้ได้สมจริงเสียจนจงเหวินชิงร้องไห้ตามไปด้วย ทั้งร้องทั้งเดินเข้าไปดึงมือโจวชื่อซวินมาดูแขนเสื้อ แล้วก็เห็นด้านในฝ่ามือของเขามีหนังด้านกับรอยแผลเป็น
เธอไม่เคยละเลยโจวลู่หมิงแม้แต่วันเดียว แล้วทำไมจูกุ้ยฮวาถึงทารุณลูกชายของเธอได้ลงคอ
น้ำตาหยดโตไหลลงมาไม่ขาดสาย จู่ ๆ เธอก็หันไปมองโจวเปยชิง “ไปโทรหาพ่อของลูก ให้เขารีบมา แล้วให้โจวลู่หมิงไสหัวออกไป…”
โจวเปยชิงชะงักไปครู่หนึ่ง สำหรับเธอแล้ว โจวชื่อซวินเป็นเพียงคนแปลกหน้า ส่วนโจวลู่หมิงเป็นพี่ชายที่รักและดูแลเธอมานานกว่ายี่สิบปี หากจะให้ไล่โจวลู่หมิงออกจากบ้าน เธอทำไม่ลง
