เซิ่งอันหนิงมองโจวชื่อซวินที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนอย่างพึงพอใจ เขย่งปลายเท้าขึ้นจูบเขาแรง ๆ หนึ่งที ดวงตาเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม สะท้อนแสงไฟระยิบระยับราวกับมีดวงดาวพร่างพรายอยู่ข้างใน
โจวชื่อซวินจ้องมองเธอโดยไม่รู้ตัว ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง สัญชาตญาณบางอย่างทำให้เขาก้มลงจูบเธอ
เขาออกแรงมากไปหน่อย แถมยังไม่รู้จังหวะ จากตอนแรกที่แนบริมฝีปากเข้าหากันแน่น ๆ กลายเป็นจูบกัดกินไปทั่วในที่สุด
เซิ่งอันหนิงมีความรู้ทางทฤษฎีแน่น แม้จะดูหนังมานับไม่ถ้วน แต่ก็ไม่เคยมีประสบการณ์จริง พอโจวชื่อซวินที่จู่ ๆ ก็กลายเป็นหมาป่าหิวโซจู่โจมเข้า เธอก็มึนงงไปหมด
ริมฝีปากถูกกัดจนเจ็บแสบ เธอยื่นมือดันโจวชื่อซวิน กว่าจะผลักเขาออกได้ก็แทบหมดแรง “คุณใจเย็นก่อน แผลของคุณยังไม่หายดีเลยนะ”
โจวชื่อซวินได้ลิ้มรสความหอมหวานแล้ว ดวงตาลึกล้ำมีประกายดุร้ายเจืออยู่ พอเขาก้มตัวเข้ามาอีกครั้ง เซิ่งอันหนิงก็รีบยกมือปิดปากเขาแน่น “ไม่ได้ ๆ ตอนนี้ยังไม่ได้ เราไม่มีของ ฉันไม่อยากมีลูก”
ตอนนี้เธอยังเลี้ยงตัวเองไม่ไหวด้วยซ้ำ ถ้าจู่ ๆ มีเจ้าตัวเล็กขึ้นมาในช่วงเวลานี้ จะเลี้ยงกันยังไง?
เธออยากเป็นแม่ที่มีความรับผิดชอบ รอให้ฐานะดีขึ้นแล้วค่อยมีลูกก็ยังไม่สาย
แต่คำพูดนี้เมื่อเข้าหูโจวชื่อซวินกลับแปลว่าเซิ่งอันหนิงไม่อยากมีลูกกับเขา เขเม้มริมฝีปาก มองประกายในดวงตาที่ค่อย ๆ จางหายไป ก่อนยื่นมือไปลูบผมสั้นยุ่งเหยิงของเซิ่งอันหนิง “ได้ พักผ่อนก่อนเถอะ”
โจวชื่อซวินปกปิดความรู้สึกได้ดีเกินไป เซิ่งอันหนิงจึงไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอยื่นมือกอดเขาแล้วหอมแก้ม “พรุ่งนี้เช้าฉันมีเรียน อย่าลืมปลุกฉันแต่เช้านะ”
