หยวนชูฉินเห็นเซิ่งอันหนิงหน้าแดงแต่ไม่พูดอะไร ก็คิดว่าเธอคงเขิน จึงเอ่ยว่า “อย่าดูแค่โจวชื่อซวินเป็นคนไม่ชอบพูดนะ จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนดีมาก โดยเฉพาะเรื่องงาน เก่งเป็นพิเศษ ได้ยินว่าฝีมือยิงปืนก็เก่งมากเหมือนกัน”
เซิ่งอันหนิงเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง ที่แท้คำว่าเก่งของหยวนชูฉินหมายถึงเรื่องนี้นี่เอง เธอดันคิดแต่เรื่องลามกจนเข้าใจผิดไปไกลเลย
หยวนชูฉินยิ้มแย้มพลางพูดต่อ “พวกเขาล้วนมาจากครอบครัวคนใช้แรงงาน แต่ทุกคนมีความรับผิดชอบสูง ไม่เหมือนหนุ่มสาวบางคนในสังคมที่พูดจาหวานหูแต่ไม่เอาไหน”
เซิ่งอันหนิงตักแผ่นแป้งทอดไปพลาง ฟังหยวนชูฉินชมโจวชื่อซวินไปพลาง
ต้องยอมรับเลยว่าไม่รู้โจวชื่อซวินไปทำอะไรมาบ้าง แต่เขามีมนุษยสัมพันธ์ดีจริง ๆ ทุกคนต่างช่วยพูดเข้าข้างเขา
หยวนชูฉินทอดแผ่นแป้งจนเต็มจาน ผัดผักกาดขาวกับวุ้นเส้นอีกจาน แล้วยังผัดผักดองหั่นฝอยกับน้ำมันหมูด้วย
กินคู่กับแผ่นแป้งทอดแล้วหอมอร่อยไม่น้อย
หยวนชูฉินเก็บโต๊ะอาหารอย่างคล่องแคล่ว “บ้านฉันมีลูกสองคน คนโตไปเป็นทหารตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่วนอีกคนเรียนมัธยมปลายอยู่ในเมือง พักที่โรงเรียน ไม่ค่อยกลับบ้าน”
โรงเรียนเพิ่งเริ่มจัดการเรียนการสอนให้เป็นระบบมากขึ้นในช่วงสองปีมานี้ เด็ก ๆ จึงกำลังเร่งเรียนวิชาที่เคยถูกละเลยให้ทัน
เซิ่งอันหนิงไม่คิดเลยว่าลูก ๆ ของพวกเขาจะโตขนาดนี้แล้ว แต่ครอบครัวเล็ก ๆ นี้กลับเต็มไปด้วยความสุขอันอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ ทำให้ใครอยู่ด้วยก็รู้สึกสบายใจ
หลังจากกินข้าวเสร็จ เซิ่งอันหนิงก็เดินตามโจวชื่อซวินออกไป หลูหยวนต้ายังยิ้มแย้มกำชับให้เธอว่างเมื่อไรก็แวะมาอีก
