หลังโจวชื่อซวินจากไป เซิ่งอันหนิงมองฉินหงเสียที่นอนหมดสภาพอยู่บนเตียงผู้ป่วย ใบหน้าบวมช้ำ มุมปากยังมีรอยเลือด ต้องลงมือหนักแค่ไหนถึงทำร้ายคนจนเป็นแบบนี้ได้
สองชั่วโมงต่อมา ฉินหงเสียถึงค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา พอลืมตาเห็นเซิ่งอันหนิงนั่งอยู่ข้างเตียง ก็พยายามดิ้นรนจะลุกขึ้น
เซิ่งอันหนิงรีบกดไหล่เธอไว้ “พี่สะใภ้ อย่าเพิ่งขยับสุ่มสี่สุ่มห้านะคะ เลือดเพิ่งหยุดเอง ต่อจากนี้ต้องพักฟื้นให้ดีด้วยค่ะ”
ต้องยอมรับว่ายาฉีดห้ามเลือดนี่ได้ผลดีจริง ๆ แค่ไม่รู้ว่าจะมีผลข้างเคียงหรือเปล่า
ฉินหงเสียจะนอนนิ่งอยู่ได้อย่างไร “อันหนิง ฉันกลับบ้านเถอะนะ กลับไปแล้วจะระวังตัวให้ดี”
เซิ่งอันหนิงไม่เห็นด้วย สีหน้าพลันจริงจังขึ้น “ไม่ได้ค่ะ กลับไปทั้งอย่างนี้ไม่ดีต่อร่างกาย อยู่สังเกตอาการอีกหน่อย แล้วฉันจะไปส่งคุณกลับบ้านเอง”
ฉินหงเสียเถียงเซิ่งอันหนิงไม่ชนะ อีกทั้งร่างกายก็ไม่มีแรงเหลือสักนิด พอนึกถึงสีหน้าเหี้ยมเกรียมของหลี่กัวเหา แม้เขาจะเคยลงมือตบตีเธอมาก่อน แต่นี่เป็นครั้งที่รุนแรงที่สุด
แถมยังเป็นเพราะผู้หญิงที่อยู่ข้างนอก ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ จนอดน้ำตาคลอไม่ได้
เซิ่งอันหนิงมองท่าทางของเธอ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามอย่างลองเชิงว่า “พัสดีหลี่ทำร้ายคุณหรือคะ? แบบนี้คุณไปร้องเรียนเขากับกลุ่มสตรีของหน่วยงานได้เลยนะคะ ลงไม้ลงมือกับผู้หญิงแบบนี้ ยังมียางอายอยู่ไหม”
ฉินหงเสียรีบส่ายหน้า ยกมือเช็ดน้ำตา “ไม่ใช่ เป็นความผิดฉันเอง ฉันไม่ควรพูดจาเหลวไหล”
เซิ่งอันหนิงไม่คิดเลยว่าถึงขนาดนี้แล้ว ฉินหงเสียยังปกป้องหลี่กัวเหาอยู่ “ไม่ว่าคุณจะพูดอะไร การทำร้ายคนก็เป็นเรื่องผิด อีกอย่างผู้หญิงกับผู้ชายก็มีเรี่ยวแรงต่างกันอยู่แล้ว คุณจะไปสู้เขาไหวได้ยังไง ถ้าครั้งนี้คุณยอมเขา ต่อไปเขาก็ต้องลงมือกับคุณอีกแน่”
